แชร์ประสบการณ์ Work from Home ตอนที่ 2

 

หลายวันก่อนผมได้แชร์การทำงาน Work from Home จากประสบการณ์จริงของผมไปนั้น ซึ่งผมบอกว่าแอบกังวลเล็กน้อยว่าลูกน้องจะทำงานได้อย่างที่บริษัทต้องการหรือไม่ หลังจากได้สอบถามไปแต่ละคนก็พบอุปสรรคแตกต่างกันไป ซึ่งผมก็ขอให้แต่ละคนให้ข้อมูลจริง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิ เพื่อผมจะได้นำประเด็นต่างๆ มาหาวิธีการปรับปรุง หากว่าสถานการณ์ COVID-19 ยังคงรุนแรงอยู่ครับ

ซึ่งผมรวบรวมเป็นประเด็นต่างๆ ได้ดังนี้ครับ

  1. ตื่นสายกว่าเดิม จากเวลาไปทำงานปกติที่ต้องตื่นเช้า รีบทำธุระแล้วออกจากบ้านเพื่อขับรถไปทำงาน หรือขึ้นรถของบริษัท แต่พอให้ทำงานจากที่บ้าน ก็จะรู้สึกว่าไม่ต้องรีบตื่น จึงทำให้ตื่นสาย และกว่าจะได้เริ่มงานก็เกินกว่า 8.00 น.
  2. อุปสรรคเรื่องห้องทำงาน ประเด็นนี้แทบทุกคนเป็นเหมือนๆกัน คือที่บ้านไม่ได้มีห้องทำงาน จึงต้องอาศัยโต๊ะกินข้าวบ้าง ม้าหินอ่อนหน้าบ้านบ้าง บางคนมีก็ต้องไปแอบทำงานในห้องเก็บของ หรือห้องพระ กักตัวทั้งวันเหมือนว่าติดเชื้อแล้ว อีกเรื่องในกรณีที่ต้อง VDO Conference ก็ไม่มีสถานที่เหมาะๆ หรือบางบ้านติดถนน ก็จะมีเสียงรถดัง รบกวนตลอดเวลา
  3.  ปัญหาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งบางบ้านไม่ได้มีการติดตั้งไว้ พอให้ทำงานที่ต้องผ่านระบบเข้าในเซิฟเวอร์ของบริษัทก็ทำได้ยาก เข้าได้ช้า เสียเวลานาน
  4. ลูกกวน คนที่มีลูกเล็กหากพ่อแม่อยู่บ้าน จะเจอประเด็นลูกกวน งอแงจะอยู่ด้วยตลอดเวลา ซึ่งอันนี้ก็เป็นอุปสรรคอย่างใหญ่สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ อะนะครับ
  5. คนในบ้านเพื่อนบ้าน หลายคนมีคนอาศัยในบ้านเดียวกันหลายคน หรือมีเพื่อนบ้านติดๆกัน ก็มีการส่งเสียงดังรบกวนสมาธิในการทำงานเช่นกัน
  6. ปวดเมื่อย หลายคนมักประสบปัญหาปวดหลังจากเก้าอี้ที่นั่งไม่สบายเหมือนที่ทำงาน หรือเมื่อยคอ เมื่อยตัวจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน บางคนก็ปวดสายตาจากแสงที่ไม่พอ
  7. การสื่อสารระหว่างเพื่อนร่วมงาน การทำงานที่บ้านทำให้มีความพะวง ว่าแต่ละคนทำงานได้แค่ไหนแล้ว ยิ่งคนที่ต้องทำงานต่อเนื่องกัน เมื่อคนหนึ่งเสร็จต้องส่งให้อีกคนทำต่อ จะต้องคอยถามเป็นระยะๆ บ่อยๆ ซึ่งก็ให้เกิดผลสองอย่าง คือ คนหนึ่งพะวงกลัวไม่ทัน อีกคนกดดันไม่ค่อยมีสมาธิเพราะถูกตามความคืบหน้าตลอด จนทำให้รู้สึกว่าทำงานหนักกว่าอยู่ที่ทำงานซะอีก

ประเด็นต่างๆเหล่านี้ก็เป็นบางส่วนที่บริษัท หรือองค์กรต้องหาข้อมูลและยอมรับความจริงว่า ไม่ง่ายเลยที่จะทำให้พนักงานทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

องค์กรต้องเข้าใจข้อจำกัด และบริบทของพนักงานแต่ละคนด้วย และควรจะหามาตรการ หรือให้ความช่วยเหลือในเรื่องอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนที่เพิ่มขึ้นด้วย

หากไม่สามารถสนับสนุนส่วนนี้ได้ ก็คงหวังให้พนักงานทำงานและได้งานเหมือนอยู่ที่ทำงานไม่ได้

ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง อย่าลืมว่าพนักงานที่ทำงานที่บ้าน เขาก็ต้องดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้ติดเชื้อ และดูแลครอบครัวด้วยเช่นกัน

แล้วหากเราเป็นหัวหน้า เราจะทำอย่างไรให้งานออกมาได้ดี อย่างที่องค์กรต้องการ?

Share this: