SUCCESS JIGSAW คิด ทำ สำเร็จ

ร่มไม่ได้ช่วยหยุดฝน

ร่มไม่ได้ช่วยหยุดฝน

ร่ม ไม่ได้สร้างมาให้เราหยุดฝน  แต่ถูกสร้างมาให้เราไม่ต้องหยุดเดิน เราหยุดฝนทั้งฟ้าไม่ได้ แต่เราหลบฝนได้ กางร่มได้ แม้หยุดฝนไม่ได้ เราก็ไม่เปียกได้ บางทีเราเลี่ยงและเลือกไม่ได้ที่ร่างการจะเลอะเทอะ เปียกปอน แต่เรามีสิทธิเลือกได้เสมอ ว่าจะให้ใจเราเปรอะเปื้อนไปด้วยมั้ย ข้อความจาก เพจธรรมะย่อยมาแล้ว นี้ ทำให้ผมนึกถึง  อุปนิสัยที่ 1 Be Proactive ขึ้นมาทันที  ที่บอกว่าอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ คือ อิสรภาพในการเลือก   หลายเดือนที่ผ่านมา ผมพบว่า Proactive ช่วยลดความเครียดของผมลงได้  ผมเลือกทางที่จะตอบสนอง เลือกที่จะควบคุมชีวิตตนเอง ยอมรับความผิดพลาด รับฟังความผิดพลาด และลงมือแก้ไข การทำงานที่ Proactive มากขึ้น โดยมุ่งเน้นที่เราควบคุมได้ในขอบเขตแห่งอิทธิพล (Circle of Influence) และพยายามขยายพื้นที่ออกไปให้มากขึ้น ส่วนสิ่งที่นอกเหนือการควบคุมของเรา หรือเป็นส่วนที่ผู้อื่นรับผิดชอบ ก็กังวลให้น้อยลง ทำให้สามารถ Focus ที่จัดลำดับความสำคัญของงานได้ดีขึ้น Self-Awareness หรือ สติ เป็นสิ่งสำคัญและเป็นจุดเริ่มต้น ในการตรวจสอบความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของตนเองRead more about ร่มไม่ได้ช่วยหยุดฝน[…]

อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คม

อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คม

Sharpen The Saw ลับเลื่อยให้คม เป็นอุปนิสัยของการเติมพลังชีวิตทุกวัน  โดยมีหลักการคือ การเติมพลัง การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสมดุล  อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คม จะช่วยให้อุปนิสัยอื่นๆเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เรามักจะได้ยินคำผู้คนพูดว่า “ไม่มีเวลา” บ่อยๆ นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกว่าเรายังไม่ได้สร้างความสมดุลให้กับชีวิต หรือ Work life balance  โดย ดร.โควีย์ ได้บอกว่ามี 4 มิติที่เราต้องสร้างความสมดุล ต้องเติมพลังอย่างต่อเนื่อง ถ้าละเลยด้านใดด้านหนึ่งก็จะส่งผลกระทบต่ออีก 3 ด้าน ถ้าเราดูแลทุกด้านเป็นอย่างดีก็จะงอกงามขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 4 มิติที่ว่า และแนวคิดเพื่อเติมพลัง ได้แก่      1. Body ร่างกาย – การออกกำลังกาย การนอนหลับให้เพียงพอ การตั้งเป้าหมายสุขภาพ การเลือกทานอาหาร Heart จิตใจ –การให้คุณค่าความแตกต่างในตัวบุคคล ฝึกฝนการฟังอย่างเข้าใจ ผูกมิตรให้มีเพื่อนมากขึ้น  ให้อภัย  สร้างสัมพันธภาพในครอบครัวและญาติมิตร Mind ความคิดRead more about อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คม[…]

อุปนิสัยที่  6 ผนึกพลังประสานความต่าง

อุปนิสัยที่ 6 ผนึกพลังประสานความต่าง

    อุปนิสัยที่ 6 ผนึกพลังประสานความต่าง ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Synergize เป็นอุปนิสัยของความร่วมมืออย่างอย่างสรรค์ การผนึกพลังประสานความต่าง เป็นบททดสอบที่แท้จริงและเป็นการรวมเอาอุปนิสัยอื่นๆทั้งหมดไว้ด้วยกัน Synergize จะยึดหลักการของความสร้างสรรค์ ร่วมมือ ความหลากหลายและความถ่อมตน  โดยต้องมองหาสิ่งที่ดีกว่า ค้นหาทางเลือกที่3 โดยให้คุณค่าความแตกต่าง เป็นเรื่องของการสร้างทีมงาน และการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อให้เกิดผลแบบทวีคูณ แบบที่เรียกว่า 1+1 > 2 เส้นทางสู่การพนึกพลังประสาน จะประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบ คือ กำหนดจุดมุ่งหมายในใจให้ชัดเจน เปิดเผยปัญหาหรือประเด็นที่ต้องการแก้ไข กำหนดผลลัพธ์ที่ต้องการร่วมกันอย่างชัดเจน เข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้เขาเข้าใจเรา อุปนิสัยที่ 5 และใช้อุปนิสัยที่ 4 Win-Win ด้วย สำรวจทางเลือก โดยให้ทุกคนแสดงความเห็นโดยไม่ต้องกลัวถูกวิจารณ์หรือถูกตัดสิน อาจจะได้ความคิดใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกคนเต็มใจที่จะสำรวจทางใหม่ ทิ้งความคิดเดิมที่ตนเองชอบหรือเสนอทิ้งไปก่อน โดยองค์ประกอบทั้ง3 นี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของ2 สิ่ง คือ ความเต็มใจ ที่จะค้นหาทางเลือกที่ 3 ถ่อมตน ลดอัตตาตัวตนลง เปิดใจให้กว้าง การให้คุณค่าความแตกต่างRead more about อุปนิสัยที่ 6 ผนึกพลังประสานความต่าง[…]

อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้เขาเข้าใจเรา

อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้เขาเข้าใจเรา

ถ้าอยากจะให้คนอื่นเข้าใจเรา เราจะต้องเข้าใจเขาก่อน   อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้เขาเข้าใจเราSeek first to understand and then to be understood   หลักสำคัญเป็นเรื่องของการสื่อสารอย่างเข้าใจซึ่งกันและกัน  ให้เกียรติกัน เข้าอกเข้าใจและกล้าหาญ ดร.โควีย์ ได้ให้แนวทางในการเข้าใจคนอื่นก่อนว่า หลักการสำคัญที่สุดก็คือ การฟัง ต้องเป็นการฟังอย่างเข้าใจ  ไม่ใช่แค่ฟังอย่างตั้งใจเท่านั้นครับ แนวทางในการฝึกฟัง คือ ให้เราฟังก่อน ห้ามพูดเสนอความเห็นแต่ให้ฝึกสะท้อนความรู้สึกของผู้พูดว่าเขารู้สึกเช่นนั้นหรือเปล่า  จนกว่าเราจะเข้าใจจริงๆ ดูเหมือนง่ายนะครับ แต่ในความจริงเรามักจะไม่ได้ฟังจริงๆ ลองนึกดูนะครับเวลาเราฟังคนอื่นพูดเรามักจะคิดตามเขา  มักจะหาข้อโต้แย้งกรณีไม่เห็นด้วย  มักจะคิดว่าเขาผิดถูก หรือใจลอยโดยไม่ได้ฟังเลย ไม่ทันไรเราก็พูดแทรกยิ่งทำงานมานานๆประสบการณ์สูง ยิ่งไม่อยากฟัง จริงไหมครับ ฟังด้วยเจตนารมณ์ที่จะเข้าใจ ในการฝึกอบรมจะให้เราฝึกครับ โดยให้ฟังคนหนึ่งพูด และให้ฝึกสะท้อนความรู้สึกและคำพูด รวมถึงถามเพื่อสร้างความชัดเจน  ยกตัวอย่าง เช่น ผู้พูด : ฉันว่าหัวหน้าไม่ยุติธรรมเลย  ไม่ให้ฉันทำงานนี้ ผู้ฟังตอนสนอง : คุณคิดว่าที่หัวหน้าไม่ให้คุณทำงาน เพราะหัวหน้าไม่ยุติธรรมเหรอ? ผู้พูด: ใช่ ผู้ฟังRead more about อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้เขาเข้าใจเรา[…]

อุปนิสัยที่ 4 คิดแบบชนะ-ชนะ

อุปนิสัยที่ 4 คิดแบบชนะ-ชนะ

  ตั้งแต่อุปนิสัยที่ 4-6 จึงเป็นเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ เป็นส่วนที่ก่อให้เกิดชัยชนะส่วนรวม เป็นการพึ่งพาซึ่งกันและกัน อุปนิสัยที่ 4 คือ คิดแบบชนะ-ชนะ Think win-win เป็นเรื่องของการเปลี่ยนความคิดของเราในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นที่เราติดต่อด้วย โดยให้เราคิดแบบ ชนะ-ชนะ ซึ่งอยู่บนหลักการของผลประโยชน์ร่วมกัน ความยุติธรรม และใจกว้าง ให้เปลี่ยนความคิดมาคิดว่าสิ่งต่างๆ มีมากมายพอสำหรับทุกคน แนวทางปฏิบัติคือฝึกให้เป็นคนใจกว้าง กล้าหาญที่จะแสดงความต้องการ ลดความขี้เกรงใจ ต้องฝึกคำนึงถึงประโยชน์ของผู้อื่นเท่ากับผลประโยชน์ของตน และมุ่งสร้างข้อตกลงแบบ ชนะ-ชนะ ดร.โควีย์ ได้จำแนกความสัมพันธ์ของมนุษย์ไว้ 6 ลักษณะ ได้แก่ ชนะ-แพ้ Win-Lose ฉันต้องชนะ คุณต้องแพ้ เช่น การแข่งขันกีฬา แพ้-ชนะ Lose-Win ยอมที่จะแพ้ เช่น แม่กับลูก แพ้-แพ้ Lose-Lose ถ้าฉันแพ้ คุณก็ต้องแพ้ด้วย ตาต่อตาฟันต่อฟัน แบบสงคราม ชนะเท่านั้น Win ฉันต้องชนะเท่านั้น ไม่สนคนอื่นจะเป็นอย่างไร มีตนเองเป็นศูนย์กลาง ชนะ-ชนะ Win-WinRead more about อุปนิสัยที่ 4 คิดแบบชนะ-ชนะ[…]

บทสรุปอุปนิสัยที่ 1-3 ชัยชนะส่วนตน

บทสรุปอุปนิสัยที่ 1-3 ชัยชนะส่วนตน

ผ่านไปแล้วกับ 3 อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง ซึ่งในส่วนแรกนี้เป็นส่วนที่เรียกว่า การพึ่งพาตนเองได้ เป็นชัยชนะส่วนตน เมื่อเราฝึกนิสัยทั้ง 3 เราจะได้รับชัยชนะส่วนตน หลุดพ้นจากการที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ดร.โควีย์ บอกว่า “การพึ่งพากันและกันอย่างมีประสิทธิผล จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการพึ่งตนเองอย่างแท้จริงเท่านั้น ชัยชนะส่วนตนต้องมาก่อนชัยชนะในสังคม” ดังนั้นก่อนที่จะเล่าถึงส่วนถัดไป ชัยชนะในสังคม ขอมาทบทวนกับ 3 อุปนิสัยแรก กันอีกครั้ง  อุปนิสัยที่ 1 โปรแอกทีพ (Be Proactive) คุณเป็นผู้สร้าง คุณเป็นผู้ควบคุมบงการคุณเป็นผู้รับผิดชอบชีวิต คุณมีความสามารถเลือกการตอบสนอง  เน้นหนักที่การรู้ตนเอง ซึ่งผมเทียบเคียงว่าเป็นการใช้ชีวิตอย่างมีสติ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง แก้ไขและเขียนบทชีวิตใหม่ อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดหมายในใจ Begin with the End in Mind การเริ่มต้นด้วยความเข้าใจแบบชัดเจน ว่าสิ่งใดที่ถือว่าสำคัญที่สุดในชีวิตเรา เป็นการสร้างครั้งแรกขึ้นในใจ การสร้างภาวะผู้นำ เขียนคำปณิธานส่วนตน เป็นธรรมนูญพื้นฐานในการใช้ชีวิต อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งสำคัญก่อน Put First ThingsRead more about บทสรุปอุปนิสัยที่ 1-3 ชัยชนะส่วนตน[…]

อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งสำคัญก่อน Put First Things First

อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งสำคัญก่อน Put First Things First

หลังจากได้อธิบายอุปนิสัยที่ 1 และ 2 ใน The 7 Habits of Highly Effective People ซึ่งก็คือ Be Proactive กับ เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ  Begin With the End in Mind ไปแล้วนั้น ก็มาถึงอุปนิสัยที่ 3 คือ การทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน  Put First Things First  เป็นอุปนิสัยของการบริหารส่วนตน  “สิ่งสำคัญคือการทำให้สิ่งสำคัญ  สำคัญ”  Stephen Covey งงมั้ยครับ แล้วอะไรคือสิ่งสำคัญ?   ก็คือสิ่งที่เราได้กำหนดไว้ในอุปนิสัยที่ 2 Begin With the End in Mind ครับ คือ กิจกรรม งานต่างๆ ที่สอดคล้องกับคำปณิธาน ของเราครับ สำหรับอุปนิสัยที่ 3Read more about อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งสำคัญก่อน Put First Things First[…]

อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ Begin With the End in Mind

อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ Begin With the End in Mind

ก่อนหน้านี้ได้เขียนอุปนิสัยที่ 1 ของ 7 อุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่งไปแล้ว ซึ่งก็คือ  Proactive  วันนี้มาต่อในอุปนิสัยที่ 2 ก็คือ Begin with the end in mind เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ การที่เราจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จใน  สิ่งที่เราจะต้องเริ่มต้นก่อนก็คือนิสัยแบบ Proactive เราเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตตนเอง เป็นเจ้าของชีวิต เป็นผู้สร้างชีวิตตนเอง อย่าให้ปัจจัยภายนอกมากำหนดชีวิตเรา ถัดจากนั้นก็มาต่อด้วยอุปนิสัยที่ 2 การมีเป้าหมายสูงสุดของชีวิตเราเอง   ดร.โควีย์ได้แนะนำ ว่าให้คิดไปถึงว่าในงานพิธีศพของเราเอง เราอยากให้คนอื่นๆพูดถึงเราว่าอย่างไร อยากให้ผู้คนกล่าวคำอาลัยแก่เราในแง่ใด สิ่งใดที่เราอยากให้ผู้อื่นเห็น จดจำ และจะรำลึกถึงเมื่อเราจากไป สิ่งนั้นแหละคือภาพพจน์หรือกรอบความคิดในบั้นปลายชีวิต ที่เราจะใช้ทวนสอบการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่สำคัญในชีวิต เมื่อเราได้กำหนดเป้าหมายในใจชัดเจนแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ การดำเนินชีวิตของเราจะไม่ฝ่าฝืนและออกนอกกรอบที่เรากำหนดไว้ มีแต่จะมุ่งไปสู่เป้าหมาย และเติมเต็มภาพในใจที่เราได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้วเท่านั้น การเริ่มต้นด้วยจุดหมายในใจ หมายความถึง การเริ่มต้นด้วยความเข้าใจแบบชัดเจน ว่าสิ่งใดที่ถือว่าสำคัญที่สุดในชีวิตเรา การเริ่มต้นด้วยจุดหมายในใจ วางอยู่บนหลักการที่ว่า ทุกสิ่งถูกสร้าง 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกสร้างขึ้นในใจ ครั้งที่Read more about อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ Begin With the End in Mind[…]

อุปนิสัยที่ 1 บี โปรแอคทีพ (Be Proactive)

อุปนิสัยที่ 1 บี โปรแอคทีพ (Be Proactive)

  บี โปรแอกทีพ Be Proactive ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้ยินคำว่า Proactive ผมเข้าใจว่าเป็นการทำงานในเชิงรุก คือ ทำไปก่อนที่จะถูกบังคับให้ทำ ป้องกันสิ่งต่างๆก่อนที่จะเกิดปัญหา การเสนอทำสิ่งใหม่ๆ การคิดไปล่วงหน้า แต่พอได้เข้าอบรมและอ่านหนังสือเพิ่มเติมจึงพบว่าไม่ใช่เลย อุปนิสัยที่ 1 Be Proactive ตามที่ Stephen R. Covey  บอกหมายถึง ความรับผิดชอบในชีวิตของตนเอง โดยที่เรามีอิสรภาพในการเลือกที่จะตอบสนอง เรามีความคิดริเริ่มและความรับผิดชอบชอบที่จะดำเนินการให้เกิดผล อำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ คือ อิสรภาพในการเลือก Proactive คือ การที่เรารับผิดชอบต่อชีวิตเราเอง โดยการเลือกที่จะตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง ไม่ยอมให้เงื่อนไขต่างๆมาบงการชีวิตเราได้  ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น กรณีที่เราเจอเหตุการณ์รถติดนานๆ เราก็จะอารมณ์เสีย หงุดหงิด พาลด่าคนอื่นไปทั่ว แถมยังส่งต่ออารมณ์เสียไปให้คนอื่นทางไลน์ ทางเฟสบุ๊คอีกซึ่งก็ทำให้เราเสียสุขภาพจิตลงไปอีก แต่ถ้า Proactive เราก็จะเลือกที่จะไม่นำเอาการที่รถติดมาทำให้อารมณ์เสีย เราจะหาทางทำให้ตัวเองได้ประโยชน์จากรถที่ติด เช่น รถติดก็ดีจะได้คิดทบทวนงานที่ จะได้มีเวลาคุยกับแฟน ถ้าไม่ได้ขับรถเองหาหนังสืออ่านก็ดี หรือถ้าติดมากๆจะเขียนบันทึกก็ได้ ฯลฯ เราเลือกที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทางบวกเป็นตัวอย่างของอุปนิสัยที่Read more about อุปนิสัยที่ 1 บี โปรแอคทีพ (Be Proactive)[…]

เปลี่ยนกรอบความคิด ยึดหลักการที่ถูกต้อง พัฒนาอุปนิสัยทั้ง 7

เปลี่ยนกรอบความคิด ยึดหลักการที่ถูกต้อง พัฒนาอุปนิสัยทั้ง 7

ในภาคแรกของหนังสือ The Seven Habits of Highly Effective People 7 อุปนิสัย สำหรับผู้มีประสิทธิผลยิ่ง นั้น ดร.โควีย์ ได้กล่าวถึงกรอบความคิดและหลักการซึ่งก็มีหลายๆสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันครับ            จากการศึกษาเรื่องความสำเร็จในอเมริกาผ่านงานเขียนหลายร้อยชิ้น ดร.โควีย์ พบว่างานเขียนเรื่องความสำเร็จสามารถแบ่งสิ่งที่ส่งผลให้ประสบความสำเร็จออกเป็น 2 ส่วน คือ  คุณลักษณะ  เช่น การมีศีลธรรม การมีความกล้า การมีความยุติธรรม  กับบุคลิกภาพ เช่น การปรับความคิดให้บวก การปรับบุคลิกภาพ ทักษะการสื่อสาร ความมีเสน่ห์ การโน้มน้าว ทักษะเชิงสังคม ซึ่งโดยความเห็นของ ดร.โควีย์ มองว่าคุณลักษณะส่วนตน เป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความสำเร็จให้ยั่งยืน เปรียบได้กับรากของต้นไม้ซึ่งคนอื่นๆจะไม่เห็น แต่มีความสำคัญมาก หากต้องการประสิทธิผลที่ยั่งยืนต้องทุ่มเทพัฒนาคุณลักษณะของเราเมื่อรากฐานมั่นคงแล้ว การเจริญเติบโตและออกดอกผลก็จะได้ผลดีตามไปด้วย          ถัดมาคือเรื่องของอำนาจกรอบความคิด  โดยกรอบความคิด คือวิธีที่เรามองโลก เป็นการรับรู้ เข้าใจและตีความโลกที่เราเห็น เปรียบได้กับแผนที่ของแต่ละคน ถ้าแผนที่ที่เรามีอยู่เกิดพิมพ์ผิดRead more about เปลี่ยนกรอบความคิด ยึดหลักการที่ถูกต้อง พัฒนาอุปนิสัยทั้ง 7[…]