ยิ่งประหยัด อาจยิ่งเปลือง

 

ในการจับจ่ายซื้อของ หลายคนมีช่องทางจ่ายเงินหลายแบบ บางคนชอบใช้เงินสด บางคนชอบใช้บัตรเครดิต และบางคนชอบแบบสบายๆ จ่ายเงินผ่านแอพของธนาคารต่างๆได้อย่างสะดวก โดยส่วนตัวผมมองว่ามีทั้งข้อดีข้อเสีย หากเราไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจในการจับจ่าย ก็จะส่งผลกระทบกับการเงินส่วนบุคคลได้ ยิ่งสะดวกมากเท่าไรยิ่งทำให้เราซื้อของเกินความจำเป็นมากขึ้น ประกอบกับการตลาดในยุคนี้ที่จี้จุดได้ดีมาก กับส่วนลด 50-70% ผู้คนก็รีบปรี่เข้าไปหาละครับ(ผมเองก็เป็น 555) จนแฟนบ่นว่า ถ้าไม่เห็นป้ายลดราคาจะไม่ซื้อเลยใช่มั้ย ก็ใช่สิครับ (ราคาเต็มก็ไม่ซื้อสิ เดี๋ยวก็ว่าซื้อของแพงอีก แอบบ่นในใจ)

ในการซื้อสิ่งของต่างๆ ผมกับแฟนก็มีการถกเถียงกัน เช่น ในการซื้อเสื้อผ้าระหว่างซื้อที่ราคาแพง ยี่ห้อดีๆ และใส่ได้นาน กับเสื้อผ้าราคาไม่แพง เสียก็ทิ้งแล้วซื้อใหม่แบบไหนจะดีกว่ากัน ผมก็ลองดูครับ ซื้อมาทั้ง 2 แบบเลย และลองใช้งานดูเป็นระยะเวลา 4 ปีครับ ผลปรากฎว่าเสื้อผ้าราคาถูกนั้นใช้งานไม่ได้แล้วเกิน 10 ตัว ทั้งหมดซื้อจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ แค่ไม่ใช่ยี่ห้อดังเท่านั้น ลักษณะการเสียคือ สีซีดจางมาอันดับแรก หลายตัวขาดจากเครื่องซักผ้า ด้ายหลายจุดหลุดรุ่ย ซ่อมไม่ได้จนต้องทิ้งไป เทียบกับเสื้อผ้าที่มียี่ห้อดัง คุณภาพยังดีอยู่ และน่าจะใช้งานได้ต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี

ในบริษัทก็มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น บางครั้งบริษัทมุ่งเน้นเรื่อง Cost down ลดต้นทุนทุกอย่างที่ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเล็กน้อย เช่น กระดาษ ปากกา อุปกรณ์ทำความสะอาด ไม้ถูพื้น อะไหล่บางตัว เป็นต้น ซึ่งหลายครั้งพบว่าสิ่งของเหล่านี้ที่ราคาถูกกว่า แต่คุณภาพต่ำมาก ปากกาใช้งานได้ไม่กี่ครั้งก็ต้องทิ้ง ไม้กวาดแค่หยิบไปกวาดก็หลุดออกหมด หรือน้ำยาทำความสะอาดที่ยิ่งใช้ ยิ่งเปลืองแรงและเวลาเพราะขัดสิ่งสกปรกไม่ออก หรือพวกอะไหล่เครื่องจักรบางอย่างเสียบ่อยมาก ต้องเปลี่ยนทุกเดือน แต่เราไม่เคยกลับมาคำนวนว่าสิ่งของที่ราคาถูกกว่านั้น มันคุ้มค่ากับจำนวนที่ต้องซื้อมากขึ้น หรือคุ้มค่ากับเวลาที่ต้องหยุดเครื่องจักรเพื่อเปลี่ยนอะไหล่หรือไม่ บางทีมันอาจจะเป็นการสูญเสียที่มากขึ้นก็ได้

ถ้าหากว่าเรามีโอกาสที่ต้องซื้อสินค้า เลือกให้ดีครับว่าจะซื้อที่ราคาเท่าไร คุณภาพขนาดไหน รับความเสี่ยงได้แค่ไหน

บางครั้งการซื้อสินค้าที่แพงขึ้น เพื่อให้คุณภาพดีกว่า ระยะเวลาใช้งานที่นานขึ้น

อาจจะคุ้มค่ากว่าของราคาถูกนะครับ

>>>>>>>>>>>>>>>

Share this: