เปลี่ยนกรอบความคิด ยึดหลักการที่ถูกต้อง พัฒนาอุปนิสัยทั้ง 7

ในภาคแรกของหนังสือ The Seven Habits of Highly Effective People 7 อุปนิสัย สำหรับผู้มีประสิทธิผลยิ่ง นั้น ดร.โควีย์ ได้กล่าวถึงกรอบความคิดและหลักการซึ่งก็มีหลายๆสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันครับ  

         จากการศึกษาเรื่องความสำเร็จในอเมริกาผ่านงานเขียนหลายร้อยชิ้น ดร.โควีย์ พบว่างานเขียนเรื่องความสำเร็จสามารถแบ่งสิ่งที่ส่งผลให้ประสบความสำเร็จออกเป็น 2 ส่วน คือ  คุณลักษณะ  เช่น การมีศีลธรรม การมีความกล้า การมีความยุติธรรม  กับบุคลิกภาพ เช่น การปรับความคิดให้บวก การปรับบุคลิกภาพ ทักษะการสื่อสาร ความมีเสน่ห์ การโน้มน้าว ทักษะเชิงสังคม ซึ่งโดยความเห็นของ ดร.โควีย์ มองว่าคุณลักษณะส่วนตน เป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความสำเร็จให้ยั่งยืน เปรียบได้กับรากของต้นไม้ซึ่งคนอื่นๆจะไม่เห็น แต่มีความสำคัญมาก หากต้องการประสิทธิผลที่ยั่งยืนต้องทุ่มเทพัฒนาคุณลักษณะของเราเมื่อรากฐานมั่นคงแล้ว การเจริญเติบโตและออกดอกผลก็จะได้ผลดีตามไปด้วย

         ถัดมาคือเรื่องของอำนาจกรอบความคิด  โดยกรอบความคิด คือวิธีที่เรามองโลก เป็นการรับรู้ เข้าใจและตีความโลกที่เราเห็น เปรียบได้กับแผนที่ของแต่ละคน ถ้าแผนที่ที่เรามีอยู่เกิดพิมพ์ผิด ไม่ว่าเราจะเดินทางเพื่อไปถึงจุดหมายให้เร็วขึ้น ก็เป็นไปได้ยากเพราะยังหลงทางอยู่ เปรียบได้กับถึงแม้เราจะมีทัศนคติที่เป็นบวกมากมาย แต่ก็ไปผิดทางอยู่ดี ดร.โควีย์ บอกว่า เรื่องแรกที่สำคัญที่สุด คือ  ความถูกต้องของแผนที่   ในหนังสือได้ยกตัวอย่างภาพหนึ่งเพื่อให้เราเห็นว่ากรอบความคิดมีความสำคัญมาก โดยให้เรามองและให้คำตอบว่าเป็น สตรีอายุเท่าใด?  (ผมก็เคยเห็นภาพนี้เมื่อหลายปีก่อน บางคนก็อาจเคยเห็น ซึ่งเป็นภาพที่สามารถมองออกมาได้ 2 แบบ เป็นสาวน้อย และเป็นยายแก่)  จากการทดลองให้มองภาพและให้ระบุว่าเป็นแบบไหน กลุ่มหนึ่งจะบอกว่าเป็นหญิงสาว อีกกลุ่มบอกว่าเป็นยายแก คนสองกลุ่มต่างก็มั่นใจว่าเป็นภาพดังที่ตนเองเห็น ต่างไม่ยอมรับฝ่ายความเห็นของอีกฝ่าย ซึ่งจากการสาธิตนี้สรุปได้ว่าในในการมองภาพเดียวกันแค่ไม่กี่วินาทียังสามารถมองได้ต่างกัน แล้วกรอบความคิดที่เราใช้มาตลอดชีวิตละ  มันก็คงไม่เหมือนกัน  ถ้าเราไม่เปลี่ยนมุมมอง ไม่เปลี่ยนกรอบความคิดก็จะไม่เห็นเหมือนที่คนอื่นเห็น  และวิถีที่เรามองเห็นก็จะกำหนดทัศนคติและพฤติกรรมที่เราแสดงออกมา แต่เมื่อเราเปิดใจรับฟังมุมมองของอีกฝ่ายก็จะเห็นภาพอีกมุมหนึ่ง การเปลี่ยนกรอบความคิดจะทำให้มองเห็นมุมมองใหม่ กรอบความคิดที่ เราต้องให้ความทุ่มเท จะต้องเป็นกรอบความคิดที่อยู่บนหลักการควบคุมประสิทธิผลของมนุษย์ เป็นกฎธรรมชาติ ไม่ขึ้นกับกาลเวลา เป็นหลักสากล เช่น เป็นธรรม  ศักดิ์ศรีมนุษย์  การให้บริการ ศักยภาพ เป็นต้น

         7 อุปนิสัยนี้ จะยึดหลักการเป็นแก่นหลัก วางบนฐานของคุณลักษณะ ใช้วิถีจากภายในสู่ภายนอก ต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา เริ่มต้นที่ความคิด คุณลักษณะและเหตุจูงใจของเราเอง  เริ่มจากการปรับปรุงตนเองก่อนเพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้ เลื่อนขั้นจากการพึ่งพิงผู้อื่นมาสู่การพึ่งพิงตนเอง จากนั้นจึงพัฒนาต่อไปเป็นการพึ่งพาซึ่งกันละกัน แต่ในการพัฒนาตนเองนั้นไม่ต้องรอให้ อุปนิสัยที่ 1-3 สมบูรณ์แล้วค่อยไปพัฒนาอุปนิสัยที่ 4-6 เพราะในชีวิตประจำวันเราสามารถใช้ทั้ง 7 อุปนิสัยได้ 

         นิยามของประสิทธิผล ตามความหมายของ ดร.โควีย์ คือ ผลผลิตและความสามารถในการผลิต โดยเปรียบกับนิทานอีสปที่เราเคยอ่านกันคือเรื่อง ห่านออกไข่ทองคำ  คือเราต้องสร้างความสมดุลระหว่างผลผลิตกับความสามารถในการผลิต ต้องดูแลทั้งห่านและไข่  เหมือนตัวเองต้องดูแลร่างกายและจิตใจ ในบริษัทเราต้องให้ความสำคัญกับลูกค้าเท่าๆ กับพนักงาน เป้นต้น

โดยสรุปสาระของบทนี้คือ  เราต้องมุ่งสร้างคุณลักษณะภายในที่จะสร้างความสำเร็จให้ยั่งยืน

เราต้องเปลี่ยนกรอบความคิดให้อยู่บนหลักการควบคุมประสิทธิผลของมนุษย์

Share this:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *