ปล่อยมันไปเถอะ

มีชาวนาจีนแก่ ๆ คนหนึ่งเดินไปตามถนน บนบ่ามีมีไม้พาดอยู่และที่ปลายไม้นั้นก็มีหม้อดินใส่แกงจืดเต้าหู้ผูกห้อยไว้

ขณะที่เดินไป เขาเกิดสะดุดก้อนหินและหม้อดินก็หล่นลงกระทบพื้นแตกกระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยชาวนาผู้เฒ่าคนนี้ก็ก้มหน้าก้มตาเดินต่อไปโดยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆชายหนุ่มคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งมาหาแล้วพูดด้วยความตื่นเต้นว่า

“นี่ ๆ พ่อเฒ่า ท่านไม่รู้หรือว่าหม้อดินหล่น” ชายชราหันไปตอบว่า

“ฉันรู้ ฉันได้ยินเสียงมันหล่นอยู่” ผู้อ่อนอาวุโสมีสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น

“อ้าว แล้วทำไมท่านไม่ย้อนกลับไปทำอย่างใดอย่างหนึ่งล่ะ” สีหน้าของผู้เฒ่ายังเป็นปกติขณะที่ตอบชายหนุ่มด้วยคำพูดที่หนักแน่นชัดเจนว่า

“ก็หม้อดินมันแตกแล้ว แกงจืดก็ไม่เหลือ แล้วจะให้ฉันทำอะไรอีกล่ะ”

พูดจบชายชราผู้มากด้วยประสบการณ์ชีวิตก็ย่างเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

วันวานนี้สิ้นสุดลงตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว

ทุกๆวัน คือจุดเริ่มต้นใหม่

เรียนทักษะของการลืมอดีต

แล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ

 

นิทานเรื่องนี้เพื่อนแชร์มาในเฟสบุค ผมเห็นว่าได้ข้อคิดดีๆ เลยเอามาฝากไว้ให้เป็นข้อคิดเตือนใจครับ

>>>>>

เราทุกคนล้วนเคยทำผิดพลาด

ไม่เคยมีใครที่ไม่เคยล้ม

แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะจิตตก

จมปลักอยู่กับความล้มเหลว

เมื่อผิดพลาดแล้วก็ต้องรู้ตัว

เอาความผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียน

ชีวิตของเรายังต้องเดินหน้าไปอีกไกล…

 

จงเอาใจใส่และนึกถึงเรื่องที่เป็นปัจจุบัน

ดังคำกล่าวของ เดล คาร์เนกี้ ที่ว่า

“จงมีชีวิตอยู่ในห้องที่มีแต่วันนี้”

ทำไปทีละอย่างและอย่ากังวลเกินไปถึงวันพรุ่งนี้

 

อย่าพยายามเลื่อยขี้เลื่อย”

ในเมื่ออดีตมันผ่านไปแล้ว อย่ามัวไปทุกข์กับมัน

 

จงเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยจิตใจที่ละเลิกอดีตอันขมขื่น

จงต้อนรับตัวเองด้วยชีวิตใหม่ ที่จะมาในวันพรุ่งนี้

++++++++++

 

Share this: