วิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงานจอมนินทา

 

มีเวลาว่างทีไร 2 คนนี้จะเดินมากระซิบกระซาบกันที่มุมห้องเบรค ดูก็รู้ว่ากำลังนินทาใครต่อใคร

หลายคนจับกลุ่มกันทีไร เม๊ามอยเรื่องคนอื่นๆ กันสนุกปากทุกที

เคยเจอไหมครับ เพื่อนร่วมงานแบบนี้

ทุกองค์กรก็คงพบเจอได้ทั่วไป

เรามีทางเลือก 2 ทางครับ

หนึ่ง เข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย เพื่อรักษาความสัมพันธ์ ห้องทำงานคงคึกครื้น บันเทิงเริงรมณ์ แต่เชื่อเถอะว่าการนินทานั้นไม่ใช่เรื่องบันเทิง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไม่ดีของคนอื่นๆ

สอง หาทางหลีกเลี่ยง แต่จะทำยังไงล่ะ ออกจากกลุ่มอาจจะไม่ง่ายนัก เพราะทุกกลุ่มก๊วนที่คุยกันก็มีแต่นินทากันทั้งนั้น อาจจะต้องพยายามหากลุ่มที่มีเรื่องนี้น้อยหน่อย หรือหากออกจากกลุ่มไม่ได้ เราก็อาจจะแสดงออกบางอย่างให้กลุ่มได้รับรู้ว่าคุณไม่เห็นด้วย ไม่ชอบที่จะคุยเรื่องเสียหายของคนอื่นๆ อาจจะพูดเป็นนัยๆ ให้เปลี่ยนเรื่องคุย หรือตัดบทว่าต้องไปทำงานต่อ

ที่สำคัญอย่าเออออห่อหมกไปกับพวกนินทาครับ นิ่งเงียบไว้เป็นดี หรือเอาแบบเด็ดขาด ถ้าเพื่อนเริ่มพูดถึงเรื่องไม่ดีของคนอื่นก็ลุกหนีเลยครับ

แต่คุณก็ควรพึงระลึกไว้ว่า หากคุณออกจากพื้นที่ตรงนั้นเมื่อไหร่ คุณนั่นแหละจะถูกนินทา

แต่ก็ไม่ต้องสนใจครับ เพราะการนินทานั้นเป็นเรื่องธรรมดา …จริงไหม

 

เหมือนที่ท่านสุนทรภู่เคยแต่งกลอนไว้ว่า

“อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน แม้องค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา”

 

และยังมีโครงโลกนิติที่สอนไว้ว่า

ห้ามเพลิงไว้อย่าให้           มีควัน

ห้ามสุริยแสงจันทร์           ส่องไซร์

ห้ามอายุให้หัน                 คืนเล่า

ห้ามดังนี้ไว้ได้                 จึ่งห้ามนินทา

แปลว่า เมื่อใดที่เราสามารถทำให้ไฟไร้ควัน ห้ามดวงอาทิตย์และพระจันทร์ส่องแสง รวมถึงสามารถย้อนอายุไขได้ นั่นแหละ ถึงจะห้ามการนินทาได้ คือการนินทาเป็นเรื่องธรรมดาของโลก ห้ามไม่ได้

 

สุดท้ายขอฝากพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า

“นัตถิ โลเก อะนินทิโต คนไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก”

 

ทุกคนจะห้ามไม่ให้ถูกนินทานั้นเป็นไปไม่ได้

เราทำดีเราก็ได้ดี จะได้ชั่วตามที่คนอื่นนินทานั้น ก็คงไม่ใช่

หากสิ่งที่คนอื่นพูดเป็นความจริง เราก็ยอมรับแล้วนำมาปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้น

แต่ถ้าหากสิ่งที่คนอื่นพูดไม่เป็นความจริง เราก็ไม่ต้องไปเดือดร้อน ไม่ต้องตอบโต้ หรือเก็บมาทุกข์ใจ ให้นิ่งเฉยไว้ก็พอ

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

Share this: