หนังสือ กลับหัวคิดมองโลก 80%

 

กลับหัวคิด มองโลก 80%

หนังสือเล่มนี้อยู่ในชั้นหนังสือที่บ้านนานแล้ว(เป็นหนังสือที่ภรรยาผมซื้อมาอ่านตั้งแต่ช่วงทำงานใหม่ๆ) หลังจากได้อ่านก็ได้ข้อคิดมากมาย จึงขอนำมาสรุปในบทความนี้ครับ

กลับหัวคิด มองโลก 80% พลิกทุกวิกฤติงานและชีวิตคิดใน “มุมใหม่” เป็นผลงานเขียนของ Shigeta Saito จิตแพทย์และนักเขียนชื่อดังของญี่ปุ่น เขาได้อธิบายทำความเข้าใจและควบคุมจิตใจตนเองยามที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบาก เน้นไปที่การแก้ปัญหาด้วยตัวเองเป็นหลัก เริ่มจากทบทวนอดีต วิเคราะห์เรื่องจิตใจ มุมมองชีวิต การสร้างความสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลงตัวเอง และใช้ชีวิตให้เป็นสุข และเน้น การให้กำลังใจตัวเอง

หลักคิดในการใช้ชีวิตแบบ 80% สอนว่าอย่ายึดติดกับความสมบูรณ์แบบ 100% แค่ได้ 80% ก็ดีแล้ว และนำเสนอหลักคิดง่ายๆว่า “แค่คนเราเปลี่ยนความคิด หรือมุมมองเพียงนิดเดียว ปัญหายุ่งยากต่างๆ ก็จะเปลี่ยนเป็นโอกาสในชั่วพริบตา”

ในหนังสือจะแบ่งเป็นประตู โดยจะมีทั้งสิ้น 5 บาน คือ

  • ประตูบานที่ 1 เริ่มจากการสำรวจ ตัวเองใหม่ทั้งหมด
  • ประตูบานที่ 2 สร้างโอกาสใหม่ๆ จากความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
  • ประตูบานที่ 3 เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนมีเสน่ห์
  • ประตูบานที่ 4 เรียนรู้จากผู้อื่น แล้วมองกลับมาที่ชีวิตของตัวเอง
  • ประตูบานที่ 5 เพื่อให้รู้สึกอิ่มเอมกับชัยชนะในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า

ผมขอยกบางหัวข้อที่จุดประเด็นให้ผมได้ไปคิดและลงมือทำต่อ ในประตูแต่ละบานมาให้เป็นตัวอย่างนะครับ

ประตูบานที่๑ เริ่มจากการสำรวจ ตัวเองใหม่ทั้งหมด

  • รู้จัก “จุดอ่อน” ของตัวเองหรือเปล่า เมื่อเราต้องเผชิญกับปัญหา ส่วนมากจะเอาสาเหตุสุดท้ายขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก โดยในหลายๆครั้งสาเหตุนั้นอาจจะไม่ใช่ต้นตอของปํญหา และหลายสาเหตุของปัญหาอาจมาจากพื้นฐานลักษณะนิสัยของเราเอง ให้เราลองตรวจสอบจุดแข็งจุดอ่อนของเราใหม่ เพื่อให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น เพื่อจะได้ปรับปรุงได้ถูกจุด ซึ่งลักษณะนิสัยในหนังสือนี้ยึดหลักตามทฤษฎีบุคลิกภาพของจิตแพทย์ชาวเยอรมัน Ernst Kretschmer มี 5 แบบ ได้แก่
  1. นิสัยขี้กังวล มีปัญญาดี มีความรับผิดชอบ แต่ชอบมองตัวเองแง่ลบ กังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ
  2. นิสัยไม่ชอบแสดงออก เป็นคนที่ผู้อื่นไม่สามารถเข้าใจได้
  3. นิสัยชอบทำตัวโดดเด่น มั่นใจสูง หลงตัวเอง ทำอะไรตามใจ ยึดตัวเองสุดๆ
  4. นิสัยชอบโอนอ่อนตามผู้อื่น ร่าเริง ชอบคบหาผู้คน แต่ไม่ค่อยมองตัวเอง
  5. นิสัยยึดมั่นในความคิดตัวเอง มุ่งมั่นสูง หมกมุ่นกับบางเรื่องได้ง่ายๆ พบมากในนักวิชาการ
  • “คนที่คิดว่ามีเวลาตั้ง 3 วัน กับ คนที่คิดว่ามีเวลาแค่ 3 วัน” คนที่คิดแบบแรก คือคนที่สามารถประเมินความสามารถของตนกับเวลาได้อย่างสมดุล ไม่เพ้อฝัน จะทำผลงานได้ดีกว่า คนที่คิดว่ามีเวลแค่ 3 วัน ถ้ามีมากกว่านี้ ผลงานจะดีกว่านี้ คนแบบนี้จะประเมินตัวเองสูงเกินจริง
  • “อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป” ไม่ว่าทำอะไร ควรจัดลำดับความสำคัญเสียก่อน งานที่ทำให้เสร็จได้ภายในวันนี้ ต้องไม่เหลือค้างไว้ทำพรุ่งนี้ อย่าผัดวันประกันพรุ่ง

ประตูบานที่ 2 สร้างโอกาสใหม่ๆ จากความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

  • ตั้งใจแน่วแน่ว่า ต่อไปนี้จะไม่ “นินทาใคร” เด็ดขาด คนเรามักจำคำพูดที่ถูกนินทาไม่ลืม และคนที่ถูกนินทาก็มักจะนินทากลับคืนให้เลวร้ายกว่าเดิม การนินทาดปรียบเหมือน บูมเมอแรง ที่จะย้อนกลับมาทำร้ายเราเอง
  • ไม่วิจารณ์คนในครอบครัวหรือญาติของอีกฝ่าย การใช้ชีวิตยึดหลัก 80% แต่ชีวิตคู่ลดเหลือ 60% พอ คล้ายกับที่เรามักได้ยินคนพูดกันว่า ก่อนแต่งงานเบิกตาให้กว้าง เลือกให้เต็ม 100% แต่แต่งงานไปแล้ว ให้ปิดตาข้างหนึ่ง อะไรไม่ดีของอีกฝ่าย ก็ปล่อยผ่านไปบ้าง

ประตูบานที่ 3 เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนมีเสน่ห์

  • อารมณ์ขันมักจะนำโชคดีเข้ามาเสมอ ไม่ว่าจะตกอยู่ในสภาวะวิกฤตที่รุนแรงเพียงใด ให้ลองฝึกตัวเองให้ยิ้มสู้ไว้ รอยยิ้มจะช่วยชโลมใจให้หายกังวล และจะเรียกลมแห่งโชคดีให้เข้ามาหาเราเร็วกว่าที่คิด
  • ฝึกเป็นคนที่คาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ฝึกการจินตนาการ ฝึกเป็นคนที่เตรียมตัวดี คือการนำประสบการณ์ต่างๆที่ได้รับรู้ มาประมวลคาดการว่าอาจจะเกิดอะไร และเตรียมพร้อมรับมือ

ประตูบานที่ 4 เรียนรู้จากผู้อื่น แล้วมองกลับมาที่ชีวิตของตัวเอง

  • ชมเชยย่อมดีกว่าดุด่า มาเรียนรู้วิธีดุด่า และชมเชยอย่างแยบยลกัน การดุด่าคนลูกโดยไร้ซึ่งความปรารถนาดี จะไม่ช่วยกระตุ้นให้เขาลุกขึ้นมาสู้ได้เสมอไป หากไม่ทำให้ดู ไม่พูดให้ฟังไม่ลองทำให้ดู และไม่ชื่นชม ก้ไม่สามารถซื้อใจลูกน้องได้
  • เวลา คือ หนทางแก้ไขปัญหา การรู้จักทำใจให้สงบ หัดปล่อยตัวปล่อยใจไปตามเวลาบ้าง และต้องกล้าที่จะเผชิญกับความทุกข์และความยากลำบาก

ประตูบานที่ 5 เพื่อให้รู้สึกอิ่มเอมกับชัยชนะในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า

“ผู้ที่ไม่รู้จักนำประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนรู้วันนี้ ไปใช้ในวันพรุ่งนี้ ไม่มีทางประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ได้”

  • มาเป็นคนที่ใครๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เป็นคนดีกันเถอะ” การเป็นคนดี ดีกว่าการเป็นคนเก่ง การได้รับคำชมว่าเป็นคนดีต้องถือเป็นเกียรติอันสูงสุด
  • มาเป็นคนที่มองคนอื่นในแง่บวกกันเถอะ ควรฝึกมองคนอื่นในแง่บวกก่อน ต้องมองเรื่องต่างๆให้ลึกซึ้ง ด้วยความสุขุม และเราควรประเมินหรือวิพากษ์วิจารณ์เฉพาะในขอบเขตที่เรามีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพียงพอ
  • ไม่ลืมบุญคุณที่เคยได้รับเด็ดขาด และตอบแทนด้วยมิตรภาพ

 

สรุปว่านี้เป็นหนังสือที่อ่านง่ายแล้วได้ข้อคิดดีๆเยอะเลย ลองหามาอ่านกันดูนะครับ

 

ขอบคุณที่มา : หนังสือกลับหัวคิด มองโลก 80% โดย Shigeta Saito แปลโดย ประวัติ เพียรเจริญ สำนักพิมพ์: สสท

+++++++++

Share this: