SUCCESS JIGSAW คิด ทำ สำเร็จ

รักในสิ่งที่ทำ และทำให้ดีที่สุด

รักในสิ่งที่ทำ และทำให้ดีที่สุด

  ถึงแม้คนเราอาจจะไม่ได้ทำในสิ่งที่รักเสมอไป… จงภูมิใจในสิ่งที่ตนเองเองทำอยู่ ถ้ามันเป็นสิ่งที่สุจริต… “จงขอบคุณงานที่กำลังทำอยู่”   หัวหน้างานที่ผมเคารพคนหนึ่ง เคยบอกว่า หากวันใดวันหนึ่งข้างหน้า เกิดความไม่พอใจองค์กร หรือไม่พอใจงานที่เราทำอยู่ ให้ย้อนกลับไปนึกถึงวันที่เราตกงาน กำลังวิ่งหางานทำ เข้ามาสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ จนผ่าน… ได้รับการคัดเลือกเข้ามาทำงาน… ตอนนั้นรู้สึกอย่างไร…   ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะงานที่เราทำหรอกเหรอ… ที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตเรา….ให้มีเงินใช้ มีรถขับ มีบ้าน มีทรัพย์สิน ก็เพราะงานที่เราอยู่ ก็เพราะองค์กรที่ให้เราได้ทำงาน ไม่ใช่เหรอ… ที่มีบุญคุณกับเรามาจนทุกวันนี้…   เราอาจจะไม่ชอบงานที่เราทำก็ได้ เราอาจจะเบื่องานที่เป็นอยู่…   แต่เราต้องไม่ลืม สิ่งที่งานสอนเรา เรียนรู้จากมัน และใช้งานที่เราทำอยู่ ขยับขยาย พาตัวเองไปสู่ในจุดที่ฝันไว้…   อาจจะเป็นตำแหน่งงานใหม่ สายงานใหม่ บริษัทใหม่ที่ดีกว่าเดิม หรือ จะเป็นนายตัวเอง ก็ตามตาฝันของแต่ละคน…   ++จงอย่าลดคุณค่าตัวเอง++ ด้วยการ ทำงานแบบห่วยๆ   จงทำงานที่อยู่ตรงหน้า ให้ดีที่สุด มีคุณภาพที่สุด จงทำงานที่อยู่ตรงหน้าRead more about รักในสิ่งที่ทำ และทำให้ดีที่สุด[…]

คนเข้าทำงานเพราะองค์กรแต่จากไปเพราะหัวหน้า

คนเข้าทำงานเพราะองค์กรแต่จากไปเพราะหัวหน้า

เคยมีคำกล่าวว่า คนเข้าทำงานเพราะองค์กร แต่จากไปเพราะหัวหน้า จริงหรือ? ทุกองค์กร ต่างก็พยายามคัดสรรคนเก่งเข้ามาทำงาน เพื่อให้องค์กรเติบโตและประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่อาจมองว่าแรงดึงดูดให้คนเข้าทำงานนั้น คือ เงินและสวัสดิการต่างๆ ถ้าให้มากพอก็เพียงพอแล้วที่จะให้คนอยากทำงาน แต่ในยุคปัจจุบัน เงิน ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะดึงดูดคนเก่งให้ทำงานกับองค์กรนานๆ คำตอบที่ได้จากการสัมภาษณ์ตอนลาออก อาจจะไม่ได้สะท้อนความจริงที่ซ่อนอยู่ เพราะคนที่ตัดสินใจลาออก ก็ไม่จำเป็นที่จะบอกอะไร สาเหตุส่วนหนึ่งที่คนในอาจรู้อยู่เต็มอก แต่ไม่รู้จะทำยังอย่างไร หรืออาจจะไม่อยากเกี่ยวข้องด้วย นั่นคือ ยอมรับว่าหัวหน้าเป็นเหตุในหลายๆครั้งของการลาออก   ในหลายองค์กรมักแต่งตั้งหัวหน้ามาจากความสามารถในการทำงานเป็นหลัก แต่ไม่ได้มองเรื่องทักษะการบริหารคน หรือ People skill ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการบริหาร อาจจะไม่ได้มีการเตรียมการพัฒนาหรือเตรียมความพร้อมให้กับบุคคลที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้างานด้วยซ้ำไป จนก่อเกิดปัญหาด้านคนตามมาจนส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานของทั้งหัวหน้าและลูกน้อง   Peter Drucker ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำ กล่าวไว่ว่า “เราใช้เวลามากมายในการสอนหัวหน้า ว่าควรทำอะไรเพื่อเป็นหัวหน้าที่ดี แต่เราไม่ให้เวลามากพอที่จะบอกเขาว่า ควรหยุดทำอะไรเพื่อเป็นหัวหน้าที่ดี”   มีข้อแนะนำสำหรับหัวหน้า ว่าควรหยุดทำ 5 อย่างนี้ครับ รับปากแล้วไม่ทำ หรือ รับปากในสิ่งที่ไม่สามารถให้ได้ เช่น รับปากว่าจะเลื่อนขั้น หรือเพิ่มเงินเดือนให้ หากรับปากแล้วทำไม่ได้ จะทำให้ลูกน้องหมดศรัทธา และหมดกำลังใจในการทำงานได้Read more about คนเข้าทำงานเพราะองค์กรแต่จากไปเพราะหัวหน้า[…]

วิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงานจอมนินทา

วิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงานจอมนินทา

  มีเวลาว่างทีไร 2 คนนี้จะเดินมากระซิบกระซาบกันที่มุมห้องเบรค ดูก็รู้ว่ากำลังนินทาใครต่อใคร หลายคนจับกลุ่มกันทีไร เม๊ามอยเรื่องคนอื่นๆ กันสนุกปากทุกที เคยเจอไหมครับ เพื่อนร่วมงานแบบนี้ ทุกองค์กรก็คงพบเจอได้ทั่วไป เรามีทางเลือก 2 ทางครับ หนึ่ง เข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย เพื่อรักษาความสัมพันธ์ ห้องทำงานคงคึกครื้น บันเทิงเริงรมณ์ แต่เชื่อเถอะว่าการนินทานั้นไม่ใช่เรื่องบันเทิง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไม่ดีของคนอื่นๆ สอง หาทางหลีกเลี่ยง แต่จะทำยังไงล่ะ ออกจากกลุ่มอาจจะไม่ง่ายนัก เพราะทุกกลุ่มก๊วนที่คุยกันก็มีแต่นินทากันทั้งนั้น อาจจะต้องพยายามหากลุ่มที่มีเรื่องนี้น้อยหน่อย หรือหากออกจากกลุ่มไม่ได้ เราก็อาจจะแสดงออกบางอย่างให้กลุ่มได้รับรู้ว่าคุณไม่เห็นด้วย ไม่ชอบที่จะคุยเรื่องเสียหายของคนอื่นๆ อาจจะพูดเป็นนัยๆ ให้เปลี่ยนเรื่องคุย หรือตัดบทว่าต้องไปทำงานต่อ ที่สำคัญอย่าเออออห่อหมกไปกับพวกนินทาครับ นิ่งเงียบไว้เป็นดี หรือเอาแบบเด็ดขาด ถ้าเพื่อนเริ่มพูดถึงเรื่องไม่ดีของคนอื่นก็ลุกหนีเลยครับ แต่คุณก็ควรพึงระลึกไว้ว่า หากคุณออกจากพื้นที่ตรงนั้นเมื่อไหร่ คุณนั่นแหละจะถูกนินทา แต่ก็ไม่ต้องสนใจครับ เพราะการนินทานั้นเป็นเรื่องธรรมดา …จริงไหม   เหมือนที่ท่านสุนทรภู่เคยแต่งกลอนไว้ว่า “อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน แม้องค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา”   และยังมีโครงโลกนิติที่สอนไว้ว่า ห้ามเพลิงไว้อย่าให้           มีควัน ห้ามสุริยแสงจันทร์           ส่องไซร์Read more about วิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงานจอมนินทา[…]

ยิ่งประหยัด อาจยิ่งเปลือง

ยิ่งประหยัด อาจยิ่งเปลือง

  ในการจับจ่ายซื้อของ หลายคนมีช่องทางจ่ายเงินหลายแบบ บางคนชอบใช้เงินสด บางคนชอบใช้บัตรเครดิต และบางคนชอบแบบสบายๆ จ่ายเงินผ่านแอพของธนาคารต่างๆได้อย่างสะดวก โดยส่วนตัวผมมองว่ามีทั้งข้อดีข้อเสีย หากเราไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจในการจับจ่าย ก็จะส่งผลกระทบกับการเงินส่วนบุคคลได้ ยิ่งสะดวกมากเท่าไรยิ่งทำให้เราซื้อของเกินความจำเป็นมากขึ้น ประกอบกับการตลาดในยุคนี้ที่จี้จุดได้ดีมาก กับส่วนลด 50-70% ผู้คนก็รีบปรี่เข้าไปหาละครับ(ผมเองก็เป็น 555) จนแฟนบ่นว่า ถ้าไม่เห็นป้ายลดราคาจะไม่ซื้อเลยใช่มั้ย ก็ใช่สิครับ (ราคาเต็มก็ไม่ซื้อสิ เดี๋ยวก็ว่าซื้อของแพงอีก แอบบ่นในใจ) ในการซื้อสิ่งของต่างๆ ผมกับแฟนก็มีการถกเถียงกัน เช่น ในการซื้อเสื้อผ้าระหว่างซื้อที่ราคาแพง ยี่ห้อดีๆ และใส่ได้นาน กับเสื้อผ้าราคาไม่แพง เสียก็ทิ้งแล้วซื้อใหม่แบบไหนจะดีกว่ากัน ผมก็ลองดูครับ ซื้อมาทั้ง 2 แบบเลย และลองใช้งานดูเป็นระยะเวลา 4 ปีครับ ผลปรากฎว่าเสื้อผ้าราคาถูกนั้นใช้งานไม่ได้แล้วเกิน 10 ตัว ทั้งหมดซื้อจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ แค่ไม่ใช่ยี่ห้อดังเท่านั้น ลักษณะการเสียคือ สีซีดจางมาอันดับแรก หลายตัวขาดจากเครื่องซักผ้า ด้ายหลายจุดหลุดรุ่ย ซ่อมไม่ได้จนต้องทิ้งไป เทียบกับเสื้อผ้าที่มียี่ห้อดัง คุณภาพยังดีอยู่ และน่าจะใช้งานได้ต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี ในบริษัทก็มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น บางครั้งบริษัทมุ่งเน้นเรื่อง CostRead more about ยิ่งประหยัด อาจยิ่งเปลือง[…]

อย่าออกกฎระเบียบ เยอะเกินไป

อย่าออกกฎระเบียบ เยอะเกินไป

  เคยเจอมั้ยครับ กำหนดให้เบิกปากกาได้คนละ 1 ด้ามต่อเดือน ถ้าจะเบิกเกินต้องเขียนแบบขออนุมัติจากหัวหน้า ซื้อของไม่เกิน 1000 บาท ต้องเซ็นถึง ผู้จัดการโรงงาน สิ่งของราคา 500 บาท ต้องเป็นสินทรัพย์ของบริษัท ห้ามหาย และต้องติดป้ายกำกับ และตรวจนับปีละ 2 ครั้ง จะเบิกอุปกรณ์ทำความสะอาด ต้องกรอก software ให้หัวหน้าอนุมัติในระบบก่อน ตอนไปเบิกจริงต้องเขียนใบเบิกและต้องให้หัวหน้าเซ็นอนุมัติอีกครั้ง ก่อนนำมายื่นให้ฝ่ายคลังสินค้า มาสาย 10 นาที ต้องเขียนรายงานให้ฝ่ายบุคคลทราบทุกครั้ง จะเปลี่ยนหลอดไฟในห้องทำงาน ต้องเขียนเอกสารขออนุญาตทำงาน เซ็นถึงผู้จัดการ แล้วส่งไปให้ จป เซ็นพร้อมมาตรวจสอบหน้างาน ก่อนทำงาน เรื่องพวกนี้อาจจะไม่ได้กำหนด กฎระเบียบไว้ตั้งแต่แรก แต่อาจจะมีประเด็นปัญหาเกิดขึ้นทีหลัง จึงจำเป็นต้องออกกระเบียบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีก หากเรามาลองคิดดู การทำตามกฎระเบียบบางอย่างใช้เวลา 1 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น เพื่อทำงานชิ้นหนึ่ง ที่สามารถทำให้เสร็จได้ในเวลา 5-30 นาที เวลาที่สูญเสียไปกับกฎระเบียบที่มากขึ้น อาจจะมากกว่าผลเสียที่อาจเกิดจากการไม่ทำตามกฎนั้นก็ได้ จริงอยู่ที่ว่าในองค์กรจะมีคนส่วนหนึ่งที่จ้องจะเอาเปรียบ ซึ่งไม่ว่าจะออกกฎระเบียบมาควบคุมให้มากขึ้น หรือเข้มงวดมากขึ้น คนกลุ่มนี้ก็จะหาช่องทางอื่นเอาเปรียบองค์กรอยู่ดีRead more about อย่าออกกฎระเบียบ เยอะเกินไป[…]

หรือว่างานหลักของผู้บริหาร คือ การประชุม

หรือว่างานหลักของผู้บริหาร คือ การประชุม

  หัวหน้า : วันนี้พี่ไม่ว่างนะครับ ช่วงเช้าตั้งแต่ 9โมง มี Daily Morning meeting ต่อด้วย Project meeting ช่วงบ่ายมีประชุม Weekly KPI ต่อด้วยประชุมเตรียมรับ Audit ตามด้วยประชุม 5S พี่จะกลับมาเซ็นเอกสารให้หลัง 5โมงเย็นนะ มีอะไรด่วนโทรเข้ามือถือนะ ลูกน้อง: พี่อะไม่อยู่โต๊ะเลย ประชุมทั้งวันทุกวัน รึว่างานหลักของผู้บริหาร นี่คือการประชุมคะพี่ ลูกน้องพูดทิ้งท้ายก่อนเดินกลับไป เคยเจอมั้ยครับ ที่ต้องประชุมทุกวัน บางวันประชุมทั้งวันตั้งแต่ 8โมงเช้า ยัน 5โมงเย็น บริษัทไม่ได้จ้างเราให้มาประชุม แต่บริษัทจ้างเรามาทำงานให้สำเร็จ ดังนั้นความสำเร็จของงาน มันจะต้องให้คุณค่าบางอย่างให้กับบริษัท(จริงมั้ย) บางทีหลายคนอาจจะหลงประเด็นไปว่า ประชุมเยอะๆแล้วจะได้มีผลงานดีขึ้น ทำไมต้องมีการประชุม แน่นอนว่ายังเป็นกิจกรรมที่จำเป็นในการทำงานอยู่ แต่บางครั้งการประชุมที่มากเกินไป บวกกับการประชุมที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็ก่อเกิดความสูญเปล่าขึ้นได้ เช่น การประชุมที่ใช้เวลานานหลายชั่วโมง การประชุมที่ให้คนเข้าร่วมประชุมทุกแผนกเยอะมาก การประชุมที่ให้ระดับบริหารเข้าร่วมทุกคนคิดเป็นเงินค่าตัวแต่ละคนสูงๆทั้งนั้น แต่ไม่ได้ข้อสรุปอะไรจากการประชุม ในการประชุมหลายครั้งบางคนก็เอาแต่พูดวนไปวนมา จบไม่ลง บางคนก็พูดแบบไม่เปิดโอกาสให้ใครพูด บางคนก็เงียบแบบไม่มีตัวตนRead more about หรือว่างานหลักของผู้บริหาร คือ การประชุม[…]

แชร์ประสบการณ์ Work from Home ตอนที่ 2

แชร์ประสบการณ์ Work from Home ตอนที่ 2

  หลายวันก่อนผมได้แชร์การทำงาน Work from Home จากประสบการณ์จริงของผมไปนั้น ซึ่งผมบอกว่าแอบกังวลเล็กน้อยว่าลูกน้องจะทำงานได้อย่างที่บริษัทต้องการหรือไม่ หลังจากได้สอบถามไปแต่ละคนก็พบอุปสรรคแตกต่างกันไป ซึ่งผมก็ขอให้แต่ละคนให้ข้อมูลจริง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิ เพื่อผมจะได้นำประเด็นต่างๆ มาหาวิธีการปรับปรุง หากว่าสถานการณ์ COVID-19 ยังคงรุนแรงอยู่ครับ ซึ่งผมรวบรวมเป็นประเด็นต่างๆ ได้ดังนี้ครับ ตื่นสายกว่าเดิม จากเวลาไปทำงานปกติที่ต้องตื่นเช้า รีบทำธุระแล้วออกจากบ้านเพื่อขับรถไปทำงาน หรือขึ้นรถของบริษัท แต่พอให้ทำงานจากที่บ้าน ก็จะรู้สึกว่าไม่ต้องรีบตื่น จึงทำให้ตื่นสาย และกว่าจะได้เริ่มงานก็เกินกว่า 8.00 น. อุปสรรคเรื่องห้องทำงาน ประเด็นนี้แทบทุกคนเป็นเหมือนๆกัน คือที่บ้านไม่ได้มีห้องทำงาน จึงต้องอาศัยโต๊ะกินข้าวบ้าง ม้าหินอ่อนหน้าบ้านบ้าง บางคนมีก็ต้องไปแอบทำงานในห้องเก็บของ หรือห้องพระ กักตัวทั้งวันเหมือนว่าติดเชื้อแล้ว อีกเรื่องในกรณีที่ต้อง VDO Conference ก็ไม่มีสถานที่เหมาะๆ หรือบางบ้านติดถนน ก็จะมีเสียงรถดัง รบกวนตลอดเวลา  ปัญหาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งบางบ้านไม่ได้มีการติดตั้งไว้ พอให้ทำงานที่ต้องผ่านระบบเข้าในเซิฟเวอร์ของบริษัทก็ทำได้ยาก เข้าได้ช้า เสียเวลานาน ลูกกวน คนที่มีลูกเล็กหากพ่อแม่อยู่บ้าน จะเจอประเด็นลูกกวน งอแงจะอยู่ด้วยตลอดเวลา ซึ่งอันนี้ก็เป็นอุปสรรคอย่างใหญ่สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ อะนะครับ คนในบ้านเพื่อนบ้าน หลายคนมีคนอาศัยในบ้านเดียวกันหลายคนRead more about แชร์ประสบการณ์ Work from Home ตอนที่ 2[…]

หัวหน้าหรือลูกน้อง ใครคือตัวปัญหา

หัวหน้าหรือลูกน้อง ใครคือตัวปัญหา

  มีคำกล่าวว่า “ที่ไหนมีคน ที่นั่นมีปัญหา” ในเมื่อทั้ง ลูกน้อง และ หัวหน้า ต่างก็เป็นคน ใครคนใดคนหนึ่งอาจเป็นสาเหตุของปัญหานั้น หรือเป็นปัญหาที่มาจากทั้งคู่ก็ได้ เรื่องจริงในที่ทำงาน แผนกไหนคนน้อยปัญหาอาจจะน้อย แผนกไหนคนมากปัญหามาก เพราะการทำงานกับคน ยังไงก็มีโอกาสที่ความเห็นจะไม่ตรงกัน อาจมีการถกเถียง มีการขัดแย้ง หรือการทะเลาะกัน และควบคุมหรือหลีกเลี่ยงได้ยาก หลายวันก่อนได้มีโอกาสคุยกับพี่ที่ทำงานเก่า เราทั้งคู่รู้จักกันมานานกว่า 10ปี ทำงานตั้งแต่ระดับล่างจนเลื่อนขึ้นมาเป็นผู้จัดการระดับต้นในเวลาไล่เลี่ยกัน พี่เขาได้เล่าเรื่องหลายๆคนในที่ทำงานเก่าให้ฟัง เช่น หัวหน้าแผนกนี้ไม่ถูกกับลูกน้องในแผนก ลูกน้องไม่ถูกกับหัวหน้า บางแผนกเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เข้าทำงานแต่คนหนึ่งได้เลื่อนขั้นก่อนและย้ายมาเป็นหัวหน้าก็ทำงานด้วยกันไม่ได้ พี่เค้าเองก็มีปัญหาทะเลาะกับลูกน้อง มากมายครับ ผมเองก็มีประสบการณ์ กับหัวหน้าหลายแบบ เจอทั้งหัวหน้าที่ทำงานเก่งมากเป็นระดับ top ในองค์กร คนนอกแผนกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำงานดี ชอบ อยากได้หัวหน้าแบบนี้ แต่กับคนในแผนกเองก็มีการทะเลาะกันบ่อยครั้งเนื่องจากแนวคิด การแสดงออก หรือคำพูดไม่ถูกใจลูกน้อง หัวหน้าอีกคนหนึ่งที่เคยทำงานร่วมกัน เป็นคนที่หลายคนไม่ถูกใจสไตล์การทำงาน แต่พอย้ายมาเป็นหัวหน้าผม เรากลับเข้ากันได้ ไม่มีปัญหา “การที่คนสองคนทะเลาะกัน เพราะสิ่งที่คนหนึ่งพูดหรือกระทำไปขัดต่อความเชื่อหรือความคาดหวังของอีกคนหนึ่ง” ไม่ว่าจะมีหัวหน้าหรือลูกน้องทำงานเก่งแค่ไหน ก็มีโอกาสทะเลาะกันอยู่ดี เพราะความเชื่อ ความคาดหวังต่างกัน หัวหน้าสุดแสบของลูกน้องคนหนึ่ง อาจจะเป็นสุดยอดหัวหน้าของลูกน้องคนหนึ่งRead more about หัวหน้าหรือลูกน้อง ใครคือตัวปัญหา[…]

แชร์ประสบการณ์ Work from Home

แชร์ประสบการณ์ Work from Home

  ช่วงนี้หลายบริษัทคงให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน เพื่อลดการเคลื่อนที่ การพบปะกันของผู้คนละครับ บางคนอาจคุ้นเคยเพราะทำงานจากที่บ้านมานานแล้ว หลายองค์กรก็ให้บางแผนก หรือบางกลุ่มงานได้สามารถทำงานได้จากจากนอก office เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ผมเองอยู่ในสายโรงงาน อยู่กับการผลิตมาตลอด ช่วงเวลานี้ก็จะเป็นครั้งแรกที่ต้องทำงานจากที่บ้านแบบจริงจัง ที่ต้องทำงานตั้งแต่ 8.00-16.00 น. ก่อนหน้าที่บริษัทจะให้ทำงานจากที่บ้านได้ ก็มีการเตรียมการกันแบบเร่งด่วน ทั้งเรื่องการออกกฎระเบียบการทำงานจากที่บ้าน การสื่อสาร การประชุม และการอนุมัติต่างๆ ผ่านระบบ network ผมเองก็แอบกังวลเล้กน้อย ว่าลูกน้องจะทำงานกันได้หรือไม่ จะได้เนื้องานจริงมั้ย ซึ่งต้องคอยดูกันต่อไปครับ ส่วนบทความนี้ขอแชร์ประสบการณ์ของผมเองก่อนครับ ปัญหาที่พบ พื้นที่ไม่อำนวย เพราะผมอยู่หอพัก ไม่ได้มีโต๊ะและเก้าอี้ทำงาน แสงสว่างไม่ค่อยเพียงพอ Internet ที่ใช้การแชร์ฮอตปอตมือถือ ค่อนข้างช้า รู้สึกเครียด เพราะไม่ได้ออกไปไหน ไม่มีหน้าต่างให้ผ่อนคลายสายตา แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ทำงานได้ตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรกจนเสร็จและส่งงานได้ทันเวลา บทเรียนและแนวทางปรับปรุง วินัย เป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง เพราะไม่มีคนมานั่งคุมเราทำงาน ดังนั้นเราต้องใช้วินัยสูงมาก ผมใช้วิธีการทำ To Do List กำหนดงานที่จะทำและเวลาที่จะส่งตั้งแต่ตอนเริ่มงาน และได้แจ้งให้ลูกน้องทุกคนทราบถึงเวลาที่ผมจะตรวจงานทางอีเมล และอนุมัติเอกสารต่างๆ ตามเวลาที่กำหนด คือRead more about แชร์ประสบการณ์ Work from Home[…]

COVID-19 vs Risk Management

COVID-19 vs Risk Management

ในช่วงภาวะวิกฤติเช่นนี้ การพิจารณาตัดสินใจอะไร หากเราไม่คิดให้รอบด้าน ก็จะเกิดผลเสียตามมามากมาย ในบริษัทเอกชน ผมเชื่อว่าจะต้องมีการทำการประเมินความเสี่ยง หรือ Risk Management กันเป็นปกติ ตามระบบ ISO9001 หรือตามระบบอื่นๆ ซึ่งการประเมินความเสี่ยงจะมีการพิจารณาประเด็นให้ครบรอบด้าน ถึงผลดี ผลเสีย และผลกระทบที่ตามมา ก่อนที่จะตัดสินใจออกมาตรการบางอย่าง ยกตัวอย่างให้เห็นภาพกรณีที่มีการปิดการดำเนินงานของห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อลดความแออัดหรือการเดินทางของผู้คน แล้วคิดว่าจะให้ทุกคนอยู่บ้าน จะได้ทำ Social Distancing แต่หากเราคิดอีกมุมหนึ่ง คนจำนวนเยอะมากจะทำอะไรใน กทม หากว่าไม่ได้ทำงาน บริษัทหยุดยาวเป็นสัปดาห์ ดังนั้นก็จะมีคนจำนวนหนึ่งเดินทางกลับต่างจังหวัดอย่างที่เราเห็นตามข่าว และก็ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของ COVID-19 ออกไปสู่จังหวัดต่างๆทั่วประเทศ หรือเรื่องการปิดไม่ปิดประเทศ ก็มีบางมุมให้ชวนคิดว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะคุมจำนวนผู้ติดเชื้อได้ แต่ประเทศอื่นๆที่ยังมีผู้ติดเชื้อและสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้แบบปกติ ถึงแม้จะมีมาตรการออกมามากมาย ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ประเด็นนี้ผมไม่ได้ต้องการจะโทษใคร หรือหาคนผิดนะครับ แค่อยากนำมาเป็นกรณีศึกษาให้เราพิจารณาความเสี่ยงให้รอบด้าน เลือกทางที่เหมาะสมที่สุด พร้อมหามาตรการรับมือในกรณีต่างๆ ในกรณีที่เราพอจะทำได้ ยกตัวอย่างบริษัทที่ผมทำงานอยู่กำลังพิจารณาดำเนินการ ก็มีมาตรการหลายอย่างๆ ออกมาซึ่งมีประเด็นที่หลายฝ่ายต้องรีบศึกษา รีบเตรียมการมากมายครับ ขอยกตัวอย่าง ดังนี้ครับ มาตรการป้องกัน เราจะป้องกันไม่ให้พนักงานทุกคนโรงงานติดเชื้อได้อย่างไร นอกเหนือจากที่มาตรการที่ภาครัฐกำหนดไว้ สิ่งที่ทางบริษัทจะทำได้Read more about COVID-19 vs Risk Management[…]