SUCCESS JIGSAW คิด ทำ สำเร็จ

จูล่ง ความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งของยอดขุนพล

จูล่ง ความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งของยอดขุนพล

จูล่ง ฝ่าทัพรับอาเต๊า ความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งของยอดขุนพล หลายคนน่าจะจำวีรกรรมนี้ได้ดี จากวรรณกรรมจีนเรื่อง “สามก๊ก” ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณกรรมเอกของโลกมานานหลายศตวรรษ ซึ่งตอนนี้ถูกนำมาเป็นบทหนึ่งของวิชาภาษาไทยเมื่อประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์จีนได้กล่าวถึงวีรกรรมครั้งสำคัญนี้ไว้ว่า จู่ลง หนึ่งในขุนพลคนสำคัญของเล่าปี่ ได้ฝ่ากองทัพของโจโฉ เพื่อค้นหาครอบครัวของเล่าปี่ที่เกิดพลัดหลงกัน และติดอยู่ในวงล้อมศัตรู โดยจูล่งบุกฝ่าเข้าไปเพียงคนเดียว ได้สังหารบรรดาแม่ทัพนายกองและเหล่าทหารของโจโฉไปมากมาย ใช้เวลารบข้ามวันข้ามคืน กินเวลายาวนานถึง 12 ชั่วโมง ก็ยังไม่มีทหารคนไหนล้มจูล่งได้ โจโฉเกิดความทึ่งจนต้องให้ทหารไปถามว่าผู้นี้คือใคร และได้รับคำตอบว่าเขาคือ “จูล่ง แห่งเสียงสาน” โจโฉชื่นชมในเพลงทวน ความสามารถในการรบและความไม่ย่อท้อของจู่ลงเป็นอย่างมาก จึงสั่งไม่ให้ใช้เกาทัณฑ์ยิงใส่ แต่ให้ทหารโอบล้อม รุมเล่นงานจู่ลงเพียงคนเดียว โดยห้ามจับตาย ให้จับเป็นเท่านั้น ด้วยฝีมืออันเก่งกาจและความไม่ย่อท้อก็ทำให้ท้ายที่สุดจูล่งสามารถตีฝ่าทัพโจโฉออกมาได้อย่างปลอดภัย   เหตุการณ์นี้ถือเป็น วีรกรรมครั้งสำคัญที่เลื่องชื่อที่สุดครั้งหนึ่งของจูล่ง เป็นการแสดงถึงความห้าวหาญและความจงรักภักดีที่จูล่ง มีต่อ “เล่าปี่ อย่างเปี่ยมล้น   ที่สำคัญไปกว่านั้นมันคือ ความรับผิดชอบ ที่ยิ่งใหญ่ ลองนึกดูในสถานการณ์ที่วิกฤต เข้าขั้นที่ชีวิตตัวเองก็อาจรักษาไว้ไม่ได้ จูล่งกลับทุ่มเทกำลังความสามารถอย่างไม่ย่อท้อ ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะสามารถหาตัวอาเต๊าพบ หากไม่ใช่เพราะความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของจูล่งแล้ว “อาเต๊า” คงไม่ได้ขึ้นเป็นพระเจ้าเล่าเสี้ยน จักรพรรดิผู้ครองราชสมบัติยาวนานที่สุดของยุคสามก๊ก พระเจ้าเล่าเสี้ยนถึงกับหลั่งน้ำตาRead more about จูล่ง ความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งของยอดขุนพล[…]

ลงมือทำทันที

ลงมือทำทันที

  กูรูด้านการพัฒนาตนเองและหนังสือมากมายต่างบอกสิ่งเดียวกันว่า “การลงมือทำ” เป็นสิ่งสำคัญ   คนที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จนั้นคือ คนที่แน่วแน่ จดจอ และลงมือทำอย่างมุ่งมั่นจนกว่าจะสำเร็จ   ส่วนการผัดวันประกันพรุ่งก็เป็นสาเหตุสำคัญแห่งความล้มเหลว   แล้วจะทำอะไรก่อนละ ก็มีหลายวิธีในการจัดลำดับความสำคัญ ที่เห็นคนพูดถึงบ่อยๆก็จะมี   เทคนิค ABCDE ของ ไบรอัน เทรซี่ และ ตารางการบริหารเวลา ของ สตีเฟน อาร์ โควีย์ ลองกลับไปอ่านบทความเก่าที่เคยลงไว้ดูครับ   ส่วนบทความนี้ขอเล่าเรื่องการลงมือทำทันทีครับ การลงมือ “ทำทันที” จะช่วยให้ทุกอย่างในชีวติดีขึ้นแน่นอน   แล้วการลงมือทำทันที คือ อะไรล่ะ จริงๆ มันคือการตัดสินใจทันทีเมื่อมีงานเข้ามาครับ ไม่ใช่การลุยดะลงมือทำโดยไม่คิด หรือไม่วางแผนใดๆ ถึงแม้ว่าหลายครั้งงานที่เข้ามาจะชิ้นใหญ่ใช้เวลานาน ก็ต้องตัดสินใจให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้   การทำทันที มีวิธีการคือ 1. ทำให้เสร็จทันที งานใดสามารถทำเสร็จได้ในเวลาไม่เกิน 3 นาที ให้ทำเลย เช่น การตอบอีเมลที่สำคัญที่คนอื่นต้องไปทำงานต่อ  Read more about ลงมือทำทันที[…]

วิธีจัดลำดับงานแบบ ABCDE

วิธีจัดลำดับงานแบบ ABCDE

  หนึ่งในเทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ได้ผลดี คือ การจัดลำดับความสำคัญ เราต้องแบ่งเวลาและทำสิ่งสำคัญมากให้เสร็จเร็วที่สุด งานที่สำคัญน้อยก็เอาไว้ทีหลัง และงานที่ไม่สำคัญก็ลดลงให้มากที่สุด มีหลายแนวทางในการจัดลำดับความสำคัญของงาน โดยวิธีการที่ไบรอัน เทรซี่ นักเขียนชื่อดังได้แนะนำในหนังสือ Eat That Frog กินกบตัวนั้นซะ เรียกว่าเทคนิค ABCDE   เทคนิค ABCDE มีวิธีการทำคือ เริ่มจากเขียนงานที่ต้องทำทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ออกมา ให้เขียนลงในกระดาษ เขียนออกมาให้หมด ถ้าให้เทียบก็เหมือนเราทำ To Do List นั่นเอง หลังจากนั้นเขียนอักษรลงไปท้ายงานแต่ละอย่าง โดยแบ่งประเภทงานออกเป็นดังนี้ A คือ งานที่สำคัญมาก มีผลตามมาที่สำคัญไม่ว่าจะทำหรือไม่ทำก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น รายงานที่ต้องใช้งานช่วงบ่าย งานด่วนที่ต้องส่งวันนี้ ถ้างานหมวดนี้มีหลายงานให้ระบุเป็น A-1, A-2, A-3.. ลงไปด้านหน้าหัวข้องานนั้น  และต้องเลือกทำงาน A-1 ก่อน เพราะเป็นงานที่สำคัญที่สุด B คือ งานที่ควรทำแต่ไม่สำคัญเท่ากับหมวด A มีผลกระทบของงานพอสมควร หากไม่ทำงานนี้บางคนจะรู้สึกแย่ แต่ก็ไม่ได้สำคัญมาก งานโทรศัพท์ติดต่อกลับRead more about วิธีจัดลำดับงานแบบ ABCDE[…]

ทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต

ทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต

    คุณคือคนที่สำคัญที่สุดในโลกของคุณ ชีวิตส่วนตัว ความสุขทางกาย มีคุณค่าอย่างประเมินไม่ได้   แต่ในฐานะอื่นๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกจ้าง เจ้าของร้าน เจ้าของบริษัท หรือเจ้าของสินค้าต่างๆ นายจ้าง หรือ ลูกค้า จะประเมินคุณค่าจาก “ งาน” ที่คุณทำเท่านั้น   หากถามว่าสินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตเราคืออะไร หลายคนอาจนึกถึงเงินฝากหลายร้อยล้าน ที่ดินหลายพันไร่ เครื่องเพชร ทองคำ รถสุดหรู บ้านสุดสวย หรือ ธุรกิจหมื่นล้าน แต่ไม่ใช่เลยแท้จริงแล้ว มันคือ “ตัวคุณและความสามารถของคุณ” ในการหาสิ่งเหล่านั้นต่างหากที่เป็นสินทรัพย์ที่แท้จริง   ไบรอัน เทรซี่ บอกว่า คนส่วนใหญ่ไม่เห็นความสำคัญของความสามารถในการหารายได้ จึงไม่สนใจพัฒนาตนเองและปล่อยไปตามกรรม จึงทำให้การทำงานเป็นแค่การตอบสนองสิ่งที่คนอื่นต้องการ ชีวิตก็ถูกกำหนดโดยการตัดสินใจของผู้อื่น   จริงๆแล้ว หน้าที่ของเราคือ ทำตัวเองให้มีคุณค่า ทำให้มีความสามารถหารายได้เพิ่มขึ้นสูงที่สุด เพราะ “เราทุกคนเป็นลูกจ้างของตัวเอง”   คุณไม่ได้ทำงานเพื่อคนอื่น แต่ทำงานให้ตัวเอง คุณเป็นเจ้าของบริษัท ที่มีพนักงานคนเดียว มีสินค้าเพียงอย่างเดียว คือRead more about ทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต[…]

อย่าให้งานที่ไม่มีคุณค่ากับผม

อย่าให้งานที่ไม่มีคุณค่ากับผม

“อย่าให้งานที่ไม่มีคุณค่ากับผม” เป็นประโยคที่หัวหน้างานคนหนึ่ง พูดกับเพื่อนร่วมงาน เมื่อเขามาขอให้ช่วยทำงานบางอย่างแทน มีคำกล่าวว่า “ไม่มีงานไหน ไม่มีคุณค่า” หากเรามองว่างานนั้นไม่มีคุณค่า จริงๆมันขึ้นกับว่าคุณค่าของใคร คุณค่าในมุมของเราเอง ในมุมมองของลูกค้า ในมุมมองของหัวหน้า ในมุมมองของบริษัท ผมเชื่อว่างานต่างๆในองค์กร มันมีค่าในตัวเองทั้งนั้น ที่เรามองว่าไม่มีคุณค่าเพราะเรายึดตัวเองเป็นที่ตั้ง…   แม่บ้านที่ทำความสะอาดห้องน้ำ ทำความสะอาดอาคารสำนักงาน เป็นคนที่ทำงานไม่มีค่าอย่างนั้นหรือ ไม่น่าใช่เพราะการทำงานความสะอาดก็เป็นพื้นฐานสำคัญของสุขอนามัยที่ดี…   การเดินตรวจงานของ รปภ ไม่สำคัญจริงหรือ แต่เขาต้องดูแลพื้นที่กว้างใหญ่ในโรงงาน ในห้างร้าน ต้องดูแลความปลอดภัยให้กับผู้คน รวมถึงตรวจสอบความผิดปกติยามค่ำคืน ป้องกันขโมย และในหลายๆเหตุการณ์ การเดินตรวจของ รปภ นี่แหละ ได้ช่วยลดความเสียหายจาก อุบัติภัยต่างๆ ที่อาจเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง..   พนักงานส่งของ ไม่มีคุณค่า เว้นแต่ถ้าเรานึกถึงคนที่กำลังรอคอยสิ่งของบางอย่างที่อาจมีคุณค่ามากในชีวิตของเขา   ทุกอาชีพมีเกียรติในตัวเอง หากกระทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หากเราคิดถึงแต่ตัวเอง ก็คงมองไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ผู้อื่นทำ จำไว้การดูถูกคนอื่น ก็เหมือนการดูถูกตัวเอง   “ฝึกมองเห็นคุณค่าของทุกงานที่ทำ” และ“ฝึกให้มองเห็นจุดดีของผู้อื่น” ++++++++++

ลูกน้องที่ดี อย่ารอให้หัวหน้าถาม

ลูกน้องที่ดี อย่ารอให้หัวหน้าถาม

การจะเป็นลูกน้องที่ดี ทำผลงานเข้าตาเจ้านายนั้น ข้อหนึ่ง คือ ต้องพยายามเข้าใจและรู้ใจเจ้านาย บทความนี้ก็มีเทคนิคการทำงานมาฝากกันครับ คอยแจ้งความคืบหน้าของงานเป็นระยะๆ เมื่อหัวหน้าสั่งงานแล้ว อย่ารอให้เขาทวงถาม เพราะในมุมมองของหัวหน้า เขาจะมีความกังวลว่าสิ่งที่ได้สั่งงานไปนั้น มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ลูกน้องเริ่มดำเนินการหรือยัง ติดขัดอะไรไหม จะสามารถส่งงานได้กำหนดเวลาหรือไม่ ดังนั้นลูกน้องที่ดี ควรรายงานความคืบหน้าของงานเป็นระยะๆ แค่นี้ก็ช่วยให้หัวหน้าสบายใจมากขึ้น และไว้วางใจเรามากขึ้น Take action โดยเร็ว เมื่อมีคนสั่งงาน ตามงาน หรือสอบถามมาทางอีเมล เมื่อหัวหน้าอยู่ในอีเมลนั้นด้วย ให้ทำการ action โดยเร็ว ในกรณีที่งานนั้นเสร็จแล้ว หรือ ตอบทันทีว่าจะส่งได้เมื่อไหร่ จะตอบคำถามนี้ได้เมื่อไหร และใช้วิธี reply all หรือ cc หัวหน้าด้วย ไม่อย่างนั้นหัวหน้าจะกังวลว่าเราได้รับอีเมลหรือไม่ ในข้อนี้ผมเองมีบทเรียน คือ ปกติผมจะไม่ค่อย reply all เพราะรู้สึกว่ามันเป็นการรบกวนคนอื่น และเห็นว่าหลายคนในเมลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่หัวหน้าผมเขาจะตอบเร็วมาก ทั้งการตอบคำถาม การส่งงานให้ลูกน้องต่อ เพื่อเป็นการยืนยันให้ผู้ส่งเมลรับทราบอีกทีว่าหัวหน้ารับรู้นะว่ามีงานนี้ และลูกน้องก็รับทราบเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่างานจะเสร็จหรือไม่เสร็จ ต้องหาข้อมูลมาตอบ หรือแบบไหนก็ตามRead more about ลูกน้องที่ดี อย่ารอให้หัวหน้าถาม[…]

อย่าทำงานเพื่อเงิน

อย่าทำงานเพื่อเงิน

อย่าทำงานเพื่อเงิน จงทำงานเพื่องาน ประโยคนี้ได้เห็น และได้ยินบ่อย  ว่าแต่เราเข้าใจความหมายมันจริงๆ หรือเปล่า   การทำงานเพื่องานนั้น ตามความหมายที่ผมเข้าใจ หมายถึง เวลาทำงานอย่ามัวแต่นึกถึงเรื่องเงิน หรือเอาเงินเป็นตัวตั้งอันดับแรก แต่ให้ทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปที่การสร้างคุณค่าของงาน ทำให้ดีที่สุด โดยคิดว่า ทำให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากการทำงานของเรา   การทำงานโดยมีทัศนคติแบบนี้ จะฝึกให้เราเห็นคุณค่าของงานที่เราทำ เมื่อเราทำงานอย่างเต็มที่ วันแล้ววันเล่า ทักษะและความชำนาญของเราจะเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพ และคุณภาพ ในตัวเราจะสูงขึ้น   เมื่อเวลามาถึง เมื่อโอกาสดีเปิดให้เห็น เราจะสามารถคว้ามันได้ เพราะเรามีศักยภาพพร้อม ส่วนคนที่ไม่เคยคิดจะตั้งใจทำงาน สักแต่ว่าทำๆไป ไม่คิดจะสั่งสมประสบการณ์ ความรู้ และทักษะต่างๆ ต่อให้มีโอกาสรออยู่ตรงหน้า ก็ไม่สามารถไขว่ขว้ามาได้ เพราะเขาไม่มีคุณภาพเพียงพอ   จงทำงานด้วยความมุ่งมั่น จงทำงานอย่างมีคุณภาพ จงให้คุณค่าต่อองค์กร และตัวคุณเอง จงเปลี่ยนตัวเองจากคนธรรมดา มาเป็นมืออาชีพ ในทุกงานที่คุณทำ “จงทำงานเพื่องาน” ++++++++++

ตั้งคำถามดี มีทางไป

ตั้งคำถามดี มีทางไป

ในบางครั้งการมุ่งหาเสาะแสวงหาคำตอบในเรื่องต่างๆ อาจจะใช้เวลานาน และอาจไม่พบคำตอบที่เราต้องการ   บางทีเราต้องกลับมาทบทวนสิ่งที่เราต้องการคำตอบ แล้วมุ่งเป้าไปที่ระหว่างกลาง มากกว่าเป้าหมายเมื่อเราไปถึงแล้ว   การเปลี่ยนคำถาม อาจจะทำให้คำตอบตามมาเอง   ยกตัวอย่างในชีวิตการทำงาน หากเราต้องการจะเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้า แทนที่เราจะตั้งคำถามว่า “ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นหัวหน้า” เปลี่ยนมาคิดว่า คนที่จะได้ขึ้นเป็นหัวหน้านั้นควรมีคุณสมบัติอย่างไร อาทิเช่น ลูกน้องเคารพเชื่อฟัง… ลูกน้องต้องยอมรับในฝีมือ… เพื่อนร่วมงานยอมรับนับถือ… มีคนรักมากกว่ามีคนชัง… และที่สำคัญหัวหน้าก็ต้องเห็นผลงานด้วย…   เราลองเปลี่ยนมาถามตัวเองว่า ต้องดูแลลูกน้องอย่างไรให้ลูกน้องรัก เคารพ และเชื่อฟัง พร้อมทุ่มเทตั้งใจทำงาน ต้องประพฤติตัวอย่างไรให้เพื่อนร่วมงานยอมรับ นับถือ มีคนรักมากกว่ามีคนเกลียด ต้องทำงานทำอย่างไร ให้มีผลงาน ให้หัวหน้าเห็นความสามารถ และพร้อมสนับสนุน   ถามไปเรื่อยๆ เมื่อเราถามไปเรื่อยๆ คำถามจะจำเพาะลงเรื่อยๆ เราจะเห็นวิธีการทำที่ชัดเจนขึ้น เมื่อเห็นวิธีการทำ เราก็ต้องลงมือทำ และทุ่มเท เมื่อเราลงมือทำ ก็จะเห็นผลสำเร็จ ระหว่างทาง   เมื่อนั้น “คำตอบที่ตามหาแต่แรก อาจจะไม่จำเป็นแล้วก็เป็นได้” ++++++++++  

เมื่อลูกน้องทำงานพลาด เรามักจะ

เมื่อลูกน้องทำงานพลาด เรามักจะ

เมื่อลูกน้องทำงานพลาด เรามักจะ…. “ด่า ด่า ด่า” และผลที่ตามมาคือ ลูกน้องจะโมโห ไม่พอใจ ไม่ทำงาน เสียกำลังใจ และอาจจะไม่เคารพนับถือเราอีกต่อไป จะดีกว่าไหมถ้าเรา หยุดคิด ตั้งสติ กันสักนิด ก่อนจะพูดอะไรรุนแรงออกไป…   จะดีกว่ามั้ย ถ้าเรายับยั้งความโกรธได้ แล้วพูดออกไปว่า “ครั้งต่อไปจะป้องกันความผิดพลาดนี้อย่างไรดี” หรือ “พี่มั่นใจว่า ครั้งหน้าน้องต้องทำได้ไม่ผิดพลาดแน่”   คำด่า ด้วยความโกรธ ไม่เคยปราณีใคร มันทำลายทุกความสัมพันธ์   ผมเคยเจอมาแล้วและคิดว่าหลายคนคงมีประสบการณ์คล้ายกัน ทั้งเป็นคนที่ด่าลูกน้องหรือเป็นคนที่ถูกด่าโดยหัวหน้า   ยังจำความรู้สึกช่วงเวลานั้นได้ไหน? แย่แค่ไหน?   เป็นหัวหน้า เป็นเจ้านาย ต้องอดทน… ต้องทนกับความรู้สึกไม่พอใจ … ทนกับความรู้สึกโกรธ… คุมสติให้ได้… ก่อนที่จะพูดกับลูกน้อง…   มีวิธีการที่ผมทำแล้วรู้สึกได้ผล มาแนะนำ ดังนี้ครับ หยุด หายใจเข้าออกลึกๆ 50 ครั้งขึ้นไป ถ้าไม่ไหวลุกออกไปจากวงสนทนา ไปเข้าห้องน้ำ ไปล้างหน้าRead more about เมื่อลูกน้องทำงานพลาด เรามักจะ[…]

การประชุมที่ดีต้องมีข้อสรุป

การประชุมที่ดีต้องมีข้อสรุป

เคยเจอบ้างไหมครับ นั่งประชุมคุยกัน ถกเถียงกันยืดยาว แต่ไม่มีข้อสรุป เพราะ ข้อมูลไม่รอบด้าน ไม่หลากหลายมิติ ข้อมูลบางจุดต้องการให้ลงรายละเอียดเจาะลึก ต้องรอถาม หรือ หากรณีศึกษาจากคนที่เคยทำ แล้วก็แจกจ่ายงานไป พร้อมนัดประชุมกันใหม่ ผ่านไป 1 สัปดาห์ วันที่นัดประชุมก็มาถึง ทุกคนต่างก็เตรียมข้อมูลที่ได้ มาอธิบาย แต่แล้วก็ตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี เพราะข้อมูลไม่พอ ต้องขอข้อมูลเพิ่ม   การที่เราไม่ตัดสินใจ หลายๆครั้งอาจไม่เกิดจากการที่ข้อมูลไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะว่าเราไม่อยากผิดพลาด ยิ่งมีความกดดันในการตัดสินใจมากเท่าไร ยิ่งกลัวความผิดพลาดมากเท่านั้น   ในการทำงานจริง โอกาสที่เราจะหาข้อมูลประกอบได้ 100% นั้นยากมาก และการตัดสินใจให้ถูกต้อง 100% ทุกครั้งก็มีโอกาสน้อยนิด   ผู้นำที่ดีต้องกล้าคิด กล้าตัดสินใจ ความกลัวผิดพลาด ก็ต้องเผื่อไว้ ส่วนจุดที่ยังมีความเสี่ยง แล้วคิดหาวิธีป้องกัน วิธีรับมือหรือ การจัดการความความเสี่ยงแทน   ในบางครั้งการตัดสินใจเลือก อาจไม่ได้มาจากทางเลือกที่ดีที่สุด แต่มาจากทางเลือกที่ก่อเกิดความเสียหายน้อยที่สุดก็ได้   “การประชุมที่ดีต้องมีข้อสรุป” ดังนั้น “ผู้นำที่ดีต้องกล้าตัดสินใจ ในเวลาที่เหมาะสม” ++++++++++