SUCCESS JIGSAW คิด ทำ สำเร็จ

ประตูสองบาน คติธรรมโดยท่าน ว.วชิรเมธี

ประตูสองบาน คติธรรมโดยท่าน ว.วชิรเมธี

  ประตูมีหลายแบบ ความทุกข์และปัญหาก็มีหลายแบบเช่นกัน บางครั้งเราใช้ชีวิตแบบดึง ทั้งที่ประตูบอกว่าผลัก และใช้ชีวิตแบบผลัก ทั้งที่ประตูบอกให้เลื่อน ประตูเปิดไม่ออก ปัญหาผลักไม่ออก ไม่ใช่เป็นเพราะปัญหาแก้ไม่ได้ หรือประตูเปิดไม่ได้ หากแต่เป็นที่ตัวเราไม่เคยใช้ ‘ ความคิด ‘ เพื่อค้นหาวิธีการเปิดประตูอย่างถูกต้องเลย   ธรรมะโดยท่าน ว.วชิรเมธี ที่มา: Forward mail 2010 ไม่ทราบที่มาต้นฉบับ แต่อ่านแล้วได้ข้อคิดดี ขออนุญาตแชร์ต่อครับ ++++++++++

พร 4 ข้อ จากท่าน ว.วชิรเมธี

พร 4 ข้อ จากท่าน ว.วชิรเมธี

   อย่าเป็นนักจับผิด คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง ‘กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก’ คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส ‘จิตประภัสสร’ ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี ‘ แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข’ อย่ามัวแต่คิดริษยา ‘ แข่งกันดี ไม่ดีสักคน  ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน’ คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า ‘เจ้ากรรมนายเวร’ ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้องถอดถอน ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น ‘ไฟสุมขอน'(ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเรา โดยใช้วิธี ‘แผ่เมตตา’ หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไปRead more about พร 4 ข้อ จากท่าน ว.วชิรเมธี[…]

เมื่อถูกด่าจะทำอย่างไร

เมื่อถูกด่าจะทำอย่างไร

มีพราหมณ์ผู้หนึ่ง เขาโกรธที่พระพุทธองค์ได้ชักจูงญาติพี่น้องของเขาออกบวช ซึ่งพวกพราหมณ์ก็ต่อต้านคำสอนพระพุทธองค์อยู่แล้ว เพราะว่าคำสอนของพระพุทธองค์นั้นตรงข้ามกับสิ่งที่พวกพราหมณ์ในสมัยนั้นเชื่อและปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม วันหนึ่งพราหมณ์ผู้นั้นได้ตามไปด่าพระพุทธองค์ถึงที่ประทับ ทรงปล่อยให้เขาด่าจนสาแก่ใจ ไม่ได้โต้ตอบแม้แต่คำเดียว เมื่อเขาหมดแรงด่าแล้ว จึงทรงแย้มสรวลด้วยพระเมตตา แล้วทรงตรัสถามว่า “ที่บ้านท่านมีแขกไปใครมาบ้างไหม” พราหมณ์ก็ตอบว่า “มี อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติธรรมดา” พระพุทธองค์ทรงถามต่อว่า “เวลาแขกมาท่านเอาอะไรต้อนรับ” พราหมณ์ก็ตอบว่า “ก็ของต้อนรับตามธรรมเนียม” พระพุทธองค์ทรงถามต่อว่า “หากมีใครมาเยี่ยมเยือนเราถึงบ้าน เรายกสำรับกับข้าวออกไปต้อนรับ แล้วถ้าแขกคนนั้นไม่รับประทานอะไรเลย ปฏิเสธว่าเขารับประทานเรียบร้อยมาก่อนแล้ว เมื่อแขกลากลับไป สำรับกับข้าวนั้นจะตกเป็นของใคร” พราหมณ์เผลอตอบว่า ”ก็เป็นของข้าพเจ้าตามเดิมน่ะสิ” พระพุทธองค์จึงบอกว่า “พระองค์ก็เช่นเดียวกัน ทรงเป็นเหมือนแขกคนนั้น ที่ไม่ยอมรับประทานกับข้าวของเจ้า เมื่อท่านด่าเรามากมายด้วยถ้อยคำหยาบคาย เราไม่รับคำด่าเหล่านั้น คำด่าเหล่านั้นก็จะตกเป็นของท่านตามเดิม เพราะฉะนั้น  “พราหมณ์เอย เชิญท่านยกสำรับของท่านคืนไปเถิด” “หากมีใครมาด่าเรา ก็จงทำตนเหมือนดั่งที่พระพุทธองค์สอน” เท่านี้ชีวิตก็มีสุขแล้ว เมื่อเขาด่าเรา เท่ากับเขาด่าตัวเอง *ข้อความอาจจะไม่ถูกต้องตามพระไตรปิฎก ขอให้คิดตามในสิ่งที่พระพุทธองค์สอน ที่มา: Forward mail           >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

สิ่งธรรมดา คือ สิ่งพิเศษ

สิ่งธรรมดา คือ สิ่งพิเศษ

    เรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ท่าน ติช นัท ฮันท์ กล่าวแนะนำแนวทางการดำเนินชีวิตให้แก่ พุทธศาสนิกชนว่า ปาฏิหาริย์ ไม่ใช่การเดินบนน้ำ หรือบินบนอากาศ แต่ปาฏิหาริย์ ของชีวิต คือ การเดินบนผืนดินและมีความสุขในทุกย่างก้าว” ชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่อง “ธรรมดา” เช่น ตื่นมา อาบน้ำ แปรงฟัน ขับรถไปทำงาน กินอาหารเที่ยงกับเพื่อนในที่เดิมๆ ตอนเย็นกลับบ้าน ก็เห็นหน้าภรรยา หรือสามีคนเดิม ใส่ชุดธรรมดา หน้าตาเราหรือก็ธรรมดา เราส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนธรรมดาๆ มีชีวิตธรรมดาๆ กันทั้งนั้น แต่ถ้าความ “ธรรมดา” นี้หมดไปละ เช่น อยู่ดีๆ ลูกเราเกิดเป็นมะเร็ง ไปมีเรื่องนอกบ้าน ไปติดยา ไปคบเพื่อนไม่ดี หรือสามี หรือภรรยาเราตาย ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม หรือ เราถูกไล่ออกจากงาน เราประสบอุบัติเหตุร้ายแรง เป็นอัมพาต เรื่องที่เคย “ธรรมดา” ก็จะไม่ธรรมดาไปในทันที และในเวลานั้นเอง เราจะหวนมาคิดเสียดายความเป็น “ธรรมดา” จนใจแทบจะขาดRead more about สิ่งธรรมดา คือ สิ่งพิเศษ[…]

อิทธิบาท 4 ทางแห่งความสำเร็จ 4 ประการ

อิทธิบาท 4 ทางแห่งความสำเร็จ 4 ประการ

หนึ่งชีวิตของคนเราเมื่อเกิดมาแล้ว ล้วนมีความต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายความสำเร็จของตนเอง จะแตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็น ความสำเร็จในการเรียน ความสำเร็จในหน้าที่การงาน อยากเลื่อนตำแหน่ง อยากเป็นผู้จัดการบริษัท อยากให้คนอื่นนับหน้าถือตา อยากจะมีความสำเร็จในครอบครัว อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หากเรามามองดูก็จะพบว่าในชีวิต ไม่จำเป็นจะต้องมีเป้าหมายความสำเร็จเพียงแค่เป้าหมายเดียวเท่านั้น แต่การบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ขั้นแรก ก็เปรียบเหมือนการเริ่มต้นไปสู่ความสำเร็จขั้นต่อไป หนึ่งในแนวทางที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาและเป็นหนทางสู่ความเจริญก้าวหน้า เป็นหลักคำสอนที่ครั้งหนึ่ง คุณครูสมัยประถมศึกษาเคยสอนไว้ ซึ่งผมยังท่องจำได้จนถึงเวลานี้ว่า “ฉันทะคือความพอใจ  วิริยะไซร้หมั่นเพียรขยัน จิตตะตั้งใจไว้มั่น วิมังสานั้นหมั่นฝึกตรึกตรอง” เป็นหลักธรรมที่เป็นแนวคิดและหลักปฏิบัติจากคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีวันล้าสมัย ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หลักธรรมที่มาของคำกลอนนั้น คือ  อิทธิบาท 4 ธรรมแห่งความสำเร็จ คำว่า อิทธิบาท แปลว่า ฐานแห่งความสำเร็จ หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม เครื่องให้ลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ ผู้หวังความสำเร็จในสิ่งใด ต้องทำตนให้สมบูรณ์ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า อิทธิบาท ซึ่งจำแนกไว้เป็น 4 อย่างคือ ฉันทะ (ความพอใจ) คือ ความยินดี ความพอใจ ความเต็มใจ ความมีใจรัก ความอยากหรือฝักใฝ่ที่จะทำสิ่งนั้นๆให้บรรลุถึงจุดหมาย มีปรารถนาจะทำให้ ได้ผลดียิ่งๆขึ้นไป เมื่อเรามีงานอะไรแล้วมีความรักใคร่พอใจในงานนั้นRead more about อิทธิบาท 4 ทางแห่งความสำเร็จ 4 ประการ[…]

สุ จิ ปุ ลิ อยากเป็นนักปราชญ์ต้องมี “หัวใจ”

สุ จิ ปุ ลิ อยากเป็นนักปราชญ์ต้องมี “หัวใจ”

ยิ่งผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง เกี่ยวกับความสำเร็จมากเท่าไร ผมยิ่งรู้สึกว่าในแนวทางหลักการต่างๆที่อยู่ในหนังสือ มักจะสอนคล้องกับหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาเสมอๆ ทำให้ผมคิดว่าจริงๆแล้วหลักคำสอนทางพุทธศาสนานี่แหละเป็นแบบแผนในการดำรงชีวิตอย่างถูกต้องและจะช่วยให้เรามีความสุข มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต สำหรับบทความนี้ผมนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่เรียนชั้นประถมศึกษา คุณครูท่านหนึ่งได้สอนให้รู้จักวิธีการที่จะเรียนหนังสือให้ได้ดี ว่ากันง่ายๆคือเรียนเก่ง โดยครูได้สอนให้ใช้   สุ จิ ปุ ลิ สุ จิ ปุ ลิ หรือ หัวใจนักปราชญ์ เป็นทักษะของนักปราชญ์หรือบัณฑิตพึงมี(ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา) ซึ่งเป็นคำย่อของ สุตะ จินตะ ปุจฉา และ ลิขิต โดยมีความหมายดังนี้ สุ ย่อมาจาก สุตะ แปลว่า ฟัง  การฟังเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะฟังมากรู้มากและเข้าใจมาก คนเราส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับการพูดมากกว่าการฟัง ทั้งที่จริงแล้ว การฟังเป็นทักษะที่เราใช้มากที่สุด จิ ย่อมาจาก จินตะ แปลว่า คิด  เมื่อฟังแล้ว เข้าใจแล้วก็คิดวิเคราะห์ พิจารณา ปุ ย่อมาจาก ปุจฉา แปลว่า ถาม  เมื่อฟังแล้วเกิดไม่เข้าใจ ให้ถามในสิ่งที่สงสัย ไม่แน่ใจ รวมถึงถามเพื่อสอบทานความรู้Read more about สุ จิ ปุ ลิ อยากเป็นนักปราชญ์ต้องมี “หัวใจ”[…]