อิทธิบาท 4 ทางแห่งความสำเร็จ 4 ประการ

หนึ่งชีวิตของคนเราเมื่อเกิดมาแล้ว ล้วนมีความต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายความสำเร็จของตนเอง จะแตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็น ความสำเร็จในการเรียน ความสำเร็จในหน้าที่การงาน อยากเลื่อนตำแหน่ง อยากเป็นผู้จัดการบริษัท อยากให้คนอื่นนับหน้าถือตา อยากจะมีความสำเร็จในครอบครัว อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หากเรามามองดูก็จะพบว่าในชีวิต ไม่จำเป็นจะต้องมีเป้าหมายความสำเร็จเพียงแค่เป้าหมายเดียวเท่านั้น แต่การบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ขั้นแรก ก็เปรียบเหมือนการเริ่มต้นไปสู่ความสำเร็จขั้นต่อไป

หนึ่งในแนวทางที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาและเป็นหนทางสู่ความเจริญก้าวหน้า เป็นหลักคำสอนที่ครั้งหนึ่ง คุณครูสมัยประถมศึกษาเคยสอนไว้ ซึ่งผมยังท่องจำได้จนถึงเวลานี้ว่า

ฉันทะคือความพอใจ  วิริยะไซร้หมั่นเพียรขยัน จิตตะตั้งใจไว้มั่น วิมังสานั้นหมั่นฝึกตรึกตรอง”

เป็นหลักธรรมที่เป็นแนวคิดและหลักปฏิบัติจากคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีวันล้าสมัย ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หลักธรรมที่มาของคำกลอนนั้น คือ  อิทธิบาท 4 ธรรมแห่งความสำเร็จ

คำว่า อิทธิบาท แปลว่า ฐานแห่งความสำเร็จ หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม เครื่องให้ลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ ผู้หวังความสำเร็จในสิ่งใด ต้องทำตนให้สมบูรณ์ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า อิทธิบาท ซึ่งจำแนกไว้เป็น 4 อย่างคือ

  1. ฉันทะ (ความพอใจ) คือ ความยินดี ความพอใจ ความเต็มใจ ความมีใจรัก ความอยากหรือฝักใฝ่ที่จะทำสิ่งนั้นๆให้บรรลุถึงจุดหมาย มีปรารถนาจะทำให้ ได้ผลดียิ่งๆขึ้นไป เมื่อเรามีงานอะไรแล้วมีความรักใคร่พอใจในงานนั้น เรียกว่า มีฉันทะ คนที่ขาดฉันทะ ไม่พอใจในงานก็มักจะทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อยใจ และชอบทิ้งงานให้จับจดและคั่งค้าง ทำให้งานนั้นออกมาไม่ดี ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ในการมีฉันทะ นั้นก็ต้องมีความพอใจ หรือใฝ่ดีด้วยนะครับ ฉันทะที่เกิดขึ้นมิได้เพียงใช้สำหรับทำงานเพียงอย่างเดียว แต่สามารถนำไปใช้เป็นหลักการดำเนินชีวิตในด้านอื่นๆได้ด้วยเช่น ความยินดีและพอใจในทรัพย์สินที่ตนมี ความยินดีและพอใจในคู่ครองของตน เป็นต้น  ฉันทะถือเป็นธรรมข้อแรกที่จะนำไปสู่ข้อถัดไป
  2. วิริยะ (ความเพียร) คือ ความเพียรพยายาม ความอุตสาหะ และมานะบากบั่น ที่จะทำงานหรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ดีที่สุด การเอาธุระไม่ท้อถอยอุปสรรค และความยากลำบากต่างๆ ด้วยการมองปัญหาหรืออุปสรรคที่ขัดขวางเป็นสิ่งที่ท้าทาย และต้องเอาชนะให้สำเร็จ นอกจากนี้วิริยะยังมีหลายประเภท ได้แก่ ความเพียรระวังรอบคอบด้วยการรู้จักเหตุและผล ไม่ประมาท ความเพียรละ คือ การรู้จักละ ลด หรือหลีกเลี่ยงจากอกุศลกรรม เพียรบำเพ็ญ คือ การรู้จักเพียรตั้งมั่น เพียรตามรักษาไว้ คือ รู้จักรักษาหรือทำให้ความเพียรในสิ่งนั้นๆคงอยู่กับตน วิริยะจึงเป็นหลักที่ความสำคัญอันจะนำไปสู่การประพฤติปฏิบัติในการงานหรือการกระทำต่อสิ่งใดๆ
  1. จิตตะ (ความคิด) คือ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำ และทำสิ่งนั้นด้วยความคิด เอาจิตฝักใฝ่ ไม่ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอยไป  จิตตะ มีความสัมพันธ์กับสมาธิ คือ จิตเป็นเครื่องผลักดัน และควบคุมการเกิดของสมาธิ โดยสภาวะจิตที่มีความแน่วแน่ และจดจ่อต่อสิ่งสิ่งที่กำลังทำอยู่ โดยไม่เกิดความฟุ้งซ่าน ย่อมทำให้งานประสบความสำเร็จได้ดี ไม่ผิดพลาด
  2. วิมังสา (ความไตร่ตรอง หรือ ทดลอง) คือ หมั่นใช้ปัญญา พิจารณาใคร่ครวญ ตรวจหาเหตุผล และตรวจสอบสิ่งที่ทำนั้น มีการวางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง เป็นต้น วิมังสานั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการใช้วิมังสา จะเป็นการตรวจสอบแนวทางในการดำเนินงานให้ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงรู้จักแนวทางแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

 

         ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา  ทั้ง 4 ข้อนี้มีความต่อเนื่องสัมพันธ์กัน  แต่ละอย่างๆ มีหน้าที่เฉพาะเป็นเหตุเป็นผลเกื้อหนุนกัน  คือ เมื่อมี ฉันทะ ความยินดีความรักในงานที่กระทำ ก็จะทำให้เกิด วิริยะ ความเพียรความพยายามในงานนั้น   เมื่อมีความเพียรเกิดขึ้น ย่อมต้องเกิด จิตตะ ความสนใจหรือเอาใจใส่ต่อสิ่งนั้น  เมื่อใส่ใจย่อมมี วิมังสา พิจารณาในสิ่งนั้นอย่างหาเหตุผลหรือด้วยปัญญา  อิทธิบาทจึงเป็นคุณอันวิเศษที่เกื้อหนุนให้ประสบความสำเร็จในกิจหรืองานต่างๆ 

พระพุทธองค์ จึงตรัสว่า เป็นบาทฐานเครื่องแห่งความสำเร็จ  อันมีเหล่าเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้ เป็นเครื่องหนุนหรือองค์ประกอบในการทำให้เจริญขึ้นในอิทธิบาท 4 จักไม่ย่อหย่อนเกินไป  ไม่ต้องประคองเกินไป  ไม่หดหู่ในภายใน ไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก

          อิทธิบาท 4 จึงเป็นหลักสำคัญในการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมาย

ถึงแม้เราจะได้ยินได้ฟัง หรือ ได้เรียนเรื่องของอิทธิบาท 4 มานานแล้ว แต่ก็ยังต้องศึกษาเพิ่มเติม ทำความเข้าใจให้มากขึ้นที่ และสำคัญที่สุด คือ การนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นครับ

 

ที่มา

http://www.salapanya.com

http://thaihealthlife.com

http://www.nkgen.com

https://th.wikipedia.org/wiki

Share this:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *