บทเรียนและสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอด 3 ปีจากการเปิดบล็อก

 

ผมเปิดบล็อกนี้ในเดือนธันวาคม 2016

บทความนี้จึงอยากมาแชร์บทเรียนและสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอด 3 ปี 3เดือน ที่ผ่านมาครับ

เปิดบล็อกทำไม ผมตั้งใจเปิดบล็อก เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้ครับ

  • อยากฝึกฝนตัวเอง ด้วยการก้าวข้ามอะไรบางอย่างและทำสิ่งใหม่ๆ ซึ่งการทำบล็อก การเข้าสู่โลก online นี่แหละที่เป็นสิ่งใหม่สำหรับผม
  • อยากฝึกฝนการจดบันทึกและทักษะด้านการเขียน ปกติผมไม่จด dairy ส่วนใหญ่จะจดแต่เรื่องงานที่ต้องทำ
  • อยากจะบันทึกข้อคิดดีๆ สิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่ช่วยจุดประกายความคิด เอาไว้เพื่อเตือนตัวเองเพื่อให้สามารถกลับมาทบทวนได้ตลอดเวลาที่ต้องการ
  • แอบหวังเล็กๆว่า หากมีใครเจอบล็อกนี้และสามารถนำไอเดียไปประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์ ก็จะดีมาก

เริ่มต้นได้ยังไง นั่นแหละครับ จุดแรกที่ผมต้องก้าวข้ามจากคนที่ไม่รู้อะไรเลยด้านนี้ ผมต้องขวนขวายหาหนังสือมาอ่าน รวมถึงค้นหาข้อมูลใน internet เยอะมาก กว่าจะตัดสินใจได้

 

เปิดบล็อกที่ไหนดี หลักๆก็มี blogspot กับ wordpress จะเลือกเอาแบบบล็อกฟรี หรือที่เสียเงินก็ได้ครับมีคนเขียนรีวิว วิธีการไว้เยอะมาก และมีหนังสือแนะวิธีขั้นตอนแบบละเอียดออกมาหลายเล่ม สามารถค้นหาใน google หรือซื้อหนังสือมาอ่านได้ครับ ผมไม่ได้รู้เรื่องนี้เยอะมากครับ เอาแค่รู้วิธีสมัครและเปิดบล็อกได้ก็พอ หลังจากนั้นก็เรียนรู้ ลองทำ ลองปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆครับ ผมเคยลองใช้บริการทั้ง 2 แบบ สุดท้ายเลือกใช้ wordpress.com และสมัครใช้บริการ host และ domain แบบเสียค่าบริการรายปีครับ เพราะผมอยากบังคับตัวเองให้ลงมือทำครับ ถึงแม้ค่าบริการจะไม่แพงมาก แต่อย่างน้อยก็รู้สึกว่าจ่ายเงินไปละ ลงมือทำเถอะ(เสียดายเงิน 555)

ตั้งชื่อบล็อกยังไง ตรงนี้แล้วแต่ความชอบครับ หลายคนตั้งตามชื่อตัวเอง ผมก็พยายามหาชื่อที่มีความหมายดีๆ list มาเยอะมากครับ แต่ก็มีคนจดทะเบียนไว้หมดแล้ว สุดท้ายก็เลยได้ชื่อนี้เพราะยังว่างอยู่ครับ

หาเรื่องอะไรมาเขียน

    • เรื่องที่เรามีความรู้ ตอนเริ่มก็คิดว่ามีเรื่องในหัวมากพอที่จะเขียน แต่พอลงมือจริงเขียนไม่ออก และใช้เวลาเยอะมากในการเขียนแต่ละบทความ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับงานที่ต้องถูกต้องตามหลักวิชาการ
    • ไอเดีย จากการอ่านหนังสื่อ พอเริ่มทำบล็อกผมก็ต้องค้นคว้า และอ่านหนังสือมากขึ้น
    • คำคมที่แชร์มาจาก social ทั้งหลาย เอามาต่อยอด ขยายประเด็น ซึ่งตรงนี้ผมเองยังคิดว่ายังไม่สามารถทำได้ดีพอ
    • เรื่องที่ทำงาน เรื่องที่คนอื่นเล่า อันนี้ต้องระวังเพราะบางเรื่องผมลองเขียนแล้ว แต่ไม่กล้าที่จะโพส เพราะหากมีคนที่ทำงานด้วยกันเห็น ก็อาจเกิดความเข้าใจผิด หรือทะเลาะกันได้
    • คลิปดีๆ จาก YouTube หลายครั้งก็ได้ไอเดียมาจากคลิปที่แชร์ต่อๆกันมา
    • โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สื่อต่างๆ แต่บางครั้งก็จดไม่ทัน ทำให้พอจะเขียนบทความขึ้นมาก็นึกไม่ออก

ใช้รูปประกอบจากไหน ที่ใช้บ่อยๆและฟรีก็จาก pixabay ครับ แต่ถ้าอยากสบายใจจะใช้รูปที่ถ่ายเอง หรือวาดรูปเองก็ดีนะครับ

เอาเวลาช่วงไหนทำบล็อก ขอบอกว่าผมทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่จึงใช้ไปกับการทำงานประจำ บางวันก็กลับดึก 2-3 ทุ่ม ก็อาศัยเวลาช่วง 3-5 ทุ่ม ในการเขียนบทความ และจะมีเวลามากหน่อยก็วันหยุดบริษัทและวันเสาร์ อาทิตย์ครับ

ปัญหาและอุปสรรค

    • ไม่มีเวลาเขียน อันนี้คงเป็นข้ออ้าง และอุปสรรคแรกที่ผมต้องจัดการ ผมตั้งเป้าตอนเปิดบล็อกครั้งแรกว่าจะเขียนบทความสัปดาห์ละครั้ง ใน 1 ปีก็จะมี 52 บทความ ครบ 3ปี ก็จะมี 156 บทความ ก่อนที่จะเขียนบทความนี้ในบล็อกผมมีทั้งหมด 80 บทความ ได้แค่ 50% ของที่ตั้งใจไว้
    • เนื้อเรื่องจำกัด ควรกำหนดมั้ยว่าเป็นบล็อกเกี่ยวกับอะไร ตอนแรกผมก็ใช้เวลานานในการหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการเปิดบล็อก หลายคนบอกว่าควรทำบล็อกให้จำเพาะเจาะจงว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร ผมจึงได้เปิด 2 บล็อกพร้อมกัน เพราะต้องการแยกประเภทบล็อก พอทำมาได้เกือบ 3 ปีก็พบว่ามีความยุ่งยากมาก มีข้อจำกัดในการเขียน และแบ่งแยกเนื้อหาบทความ ผมจึงปิดไปหนึ่งบล็อก และถือโอกาสปรับปรุงเนื้อหา และทำการย้ายบทความทั้งหมดมารวมกันในบล็อกนี้ ซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควร
    • ตัน คิดไม่ออกว่าจะเขียนอะไร เป็นบ่อยครับ ต้องดิ้นรนหาเรื่องมาเขียน อ่านหนังสือ ย้อนกลับไปเปิดสมุดบันทึกเก่าๆ นึกเรื่องที่ได้พบได้เจอ ได้คุยกับคนอื่นๆ เพื่อจะหาประเด็นมาเขียน ก็พอได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ตรงนี้ยังเป็นประเด็นใหญ่ที่ผมต้องหาทางแก้ไขและพัฒนาตนเอง
    • เหนื่อย “ขอตอบเลยว่ามาก” เหนื่อยแล้วทำทำไม(ถามตัวเอง) ผมยังรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำ ผมยังมีความสุขที่ได้เห็นการก้าวไปข้างหน้าของตัวเอง แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม และส่วนสำคัญ ก็ยังมีกำลังใจจากผู้ที่หลงเข้ามาในบล็อกนี้ สอบถามประเด็นต่างๆเข้ามา สำหรับบางคำถาม ผมก็สามารถส่ง link บทความให้เป็นการแนะนำครับ บางประเด็นอาจจะตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ต้องขออภัย ผมยังคงต้องเรียนรู้ให้มากกว่านี้

เป้าหมายต่อไป

  • เขียนต่อไปครับ ผมคงไม่กล้าประกาศว่าจะเขียนบทความให้ได้เท่าไร
  • ที่ผ่านมายังไม่ดีพอ ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง มีบทเรียน ด่านทดสอบ มีช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจ และอุปสรรคต่างๆ ที่ต้องข้ามผ่าน
  • ต้องมุ่งมั่น เรียนรู้และฝึกฝนต่อไป
  • ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้วิ่งเร็ว และยังไม่ถึงเส้นชัยในตอนนี้ แต่อย่างน้อยผมก็ก้าวออกจากจุด START แล้วครับ

สู้ต่อไป ไอ้มดแดง!

 

Share this: