SUCCESS JIGSAW คิด ทำ สำเร็จ

หากรู้สึกว่าชีวิตย่ำแย่ ให้เลือกมอง

หากรู้สึกว่าชีวิตย่ำแย่ ให้เลือกมอง

  ในบางครั้งที่ชีวิตเจอปัญหา มีอุปสรรคมากมาย โถมกระหน่ำเข้ามา อย่างไม่หยุดหย่อน   เจอเจ้านายดุด่า จนเสียผู้เสียคน เจองานหิน…ที่ทำให้ต้องเครียดมาก เจอลูกค้า ขาโหด วีนใส่ มีเหตุทะเลาะกับแฟน ใหญ่โต จนไม่พูดกัน มีปัญหากับครอบครัว ทะเลาะกับพ่อ แม่ พี่ น้อง เรามองว่าเป็นเรื่องหนักหนา ฟูมฟาย ใหญ่โต น่าท้อแท้…   ใจเย็นๆ ตั้งสติให้ดี รู้สึกแย่ไปก็เท่านั้น…ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น   ลองมองรอบตัว ดูบ้าง เราจะเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น เราจะเห็นสัจธรรมหลายๆอย่าง… เห็นคนเก็บขยะ ที่คุ้ยหาของตามถังขยะ ที่สะพานลอย เห็นคนกวาดถนนที่มาทำงานตั้งแต่เช้ามืด เห็นเด็กหน้าตามอมแมมอ้อนวอนขายพวงมาลัยที่สี่แยกไฟแดง เห็นคนขายถั่ว ที่เดินไปตามร้านอาหารข้างทาง เห็นคนเร่ร่อนไม่มีบ้าน ที่นอนตามซอกสะพานลอย เห็นคนพิการที่มานั่งขอทาน ตามหน้า 7-11   หลายชีวิตเหล่านี้ อาจไม่มีเงินเท่าเรา ไม่สามารถหาอาหารกิน หรือสุขสบายเท่าเรา ร่างกายไม่ครบถ้วน สมบูรณ์เหมือนเรา เรายังดีกว่าเขามาก ที่มีบ้านอยู่ มีรถขับRead more about หากรู้สึกว่าชีวิตย่ำแย่ ให้เลือกมอง[…]

ข้อคิดจากถังน้ำสองใบ

ข้อคิดจากถังน้ำสองใบ

  วันนี้มีนิทานมาฝากกันครับ   ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้าน จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว   เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็ม ที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำกลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง   ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียว   ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า ‘ข้ารู้สึกอับอายตัวเอง เพราะ รอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้า ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง ที่กลับไปยังบ้านของท่าน’   คนตักน้ำตอบว่า ‘เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่ง เพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้า และทุกวันที่เราเดินกลับ… เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว…เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้‘   คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้   สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง มองโลกหลาย ๆ ด้านRead more about ข้อคิดจากถังน้ำสองใบ[…]

รักในสิ่งที่ทำ และทำให้ดีที่สุด

รักในสิ่งที่ทำ และทำให้ดีที่สุด

  ถึงแม้คนเราอาจจะไม่ได้ทำในสิ่งที่รักเสมอไป… จงภูมิใจในสิ่งที่ตนเองเองทำอยู่ ถ้ามันเป็นสิ่งที่สุจริต… “จงขอบคุณงานที่กำลังทำอยู่”   หัวหน้างานที่ผมเคารพคนหนึ่ง เคยบอกว่า หากวันใดวันหนึ่งข้างหน้า เกิดความไม่พอใจองค์กร หรือไม่พอใจงานที่เราทำอยู่ ให้ย้อนกลับไปนึกถึงวันที่เราตกงาน กำลังวิ่งหางานทำ เข้ามาสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ จนผ่าน… ได้รับการคัดเลือกเข้ามาทำงาน… ตอนนั้นรู้สึกอย่างไร…   ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะงานที่เราทำหรอกเหรอ… ที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตเรา….ให้มีเงินใช้ มีรถขับ มีบ้าน มีทรัพย์สิน ก็เพราะงานที่เราอยู่ ก็เพราะองค์กรที่ให้เราได้ทำงาน ไม่ใช่เหรอ… ที่มีบุญคุณกับเรามาจนทุกวันนี้…   เราอาจจะไม่ชอบงานที่เราทำก็ได้ เราอาจจะเบื่องานที่เป็นอยู่…   แต่เราต้องไม่ลืม สิ่งที่งานสอนเรา เรียนรู้จากมัน และใช้งานที่เราทำอยู่ ขยับขยาย พาตัวเองไปสู่ในจุดที่ฝันไว้…   อาจจะเป็นตำแหน่งงานใหม่ สายงานใหม่ บริษัทใหม่ที่ดีกว่าเดิม หรือ จะเป็นนายตัวเอง ก็ตามตาฝันของแต่ละคน…   ++จงอย่าลดคุณค่าตัวเอง++ ด้วยการ ทำงานแบบห่วยๆ   จงทำงานที่อยู่ตรงหน้า ให้ดีที่สุด มีคุณภาพที่สุด จงทำงานที่อยู่ตรงหน้าRead more about รักในสิ่งที่ทำ และทำให้ดีที่สุด[…]

ปล่อยมันไปเถอะ

ปล่อยมันไปเถอะ

มีชาวนาจีนแก่ ๆ คนหนึ่งเดินไปตามถนน บนบ่ามีมีไม้พาดอยู่และที่ปลายไม้นั้นก็มีหม้อดินใส่แกงจืดเต้าหู้ผูกห้อยไว้ ขณะที่เดินไป เขาเกิดสะดุดก้อนหินและหม้อดินก็หล่นลงกระทบพื้นแตกกระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยชาวนาผู้เฒ่าคนนี้ก็ก้มหน้าก้มตาเดินต่อไปโดยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆชายหนุ่มคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งมาหาแล้วพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “นี่ ๆ พ่อเฒ่า ท่านไม่รู้หรือว่าหม้อดินหล่น” ชายชราหันไปตอบว่า “ฉันรู้ ฉันได้ยินเสียงมันหล่นอยู่” ผู้อ่อนอาวุโสมีสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น “อ้าว แล้วทำไมท่านไม่ย้อนกลับไปทำอย่างใดอย่างหนึ่งล่ะ” สีหน้าของผู้เฒ่ายังเป็นปกติขณะที่ตอบชายหนุ่มด้วยคำพูดที่หนักแน่นชัดเจนว่า “ก็หม้อดินมันแตกแล้ว แกงจืดก็ไม่เหลือ แล้วจะให้ฉันทำอะไรอีกล่ะ” พูดจบชายชราผู้มากด้วยประสบการณ์ชีวิตก็ย่างเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง วันวานนี้สิ้นสุดลงตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ทุกๆวัน คือจุดเริ่มต้นใหม่ เรียนทักษะของการลืมอดีต แล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ   นิทานเรื่องนี้เพื่อนแชร์มาในเฟสบุค ผมเห็นว่าได้ข้อคิดดีๆ เลยเอามาฝากไว้ให้เป็นข้อคิดเตือนใจครับ >>>>> เราทุกคนล้วนเคยทำผิดพลาด ไม่เคยมีใครที่ไม่เคยล้ม แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะจิตตก จมปลักอยู่กับความล้มเหลว เมื่อผิดพลาดแล้วก็ต้องรู้ตัว เอาความผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียน ชีวิตของเรายังต้องเดินหน้าไปอีกไกล…   จงเอาใจใส่และนึกถึงเรื่องที่เป็นปัจจุบัน ดังคำกล่าวของ เดล คาร์เนกี้ ที่ว่า “จงมีชีวิตอยู่ในห้องที่มีแต่วันนี้” ทำไปทีละอย่างและอย่ากังวลเกินไปถึงวันพรุ่งนี้   “อย่าพยายามเลื่อยขี้เลื่อย” ในเมื่ออดีตมันผ่านไปแล้ว อย่ามัวไปทุกข์กับมัน   จงเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยจิตใจที่ละเลิกอดีตอันขมขื่น จงต้อนรับตัวเองด้วยชีวิตใหม่Read more about ปล่อยมันไปเถอะ[…]

คนเข้าทำงานเพราะองค์กรแต่จากไปเพราะหัวหน้า

คนเข้าทำงานเพราะองค์กรแต่จากไปเพราะหัวหน้า

เคยมีคำกล่าวว่า คนเข้าทำงานเพราะองค์กร แต่จากไปเพราะหัวหน้า จริงหรือ? ทุกองค์กร ต่างก็พยายามคัดสรรคนเก่งเข้ามาทำงาน เพื่อให้องค์กรเติบโตและประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่อาจมองว่าแรงดึงดูดให้คนเข้าทำงานนั้น คือ เงินและสวัสดิการต่างๆ ถ้าให้มากพอก็เพียงพอแล้วที่จะให้คนอยากทำงาน แต่ในยุคปัจจุบัน เงิน ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะดึงดูดคนเก่งให้ทำงานกับองค์กรนานๆ คำตอบที่ได้จากการสัมภาษณ์ตอนลาออก อาจจะไม่ได้สะท้อนความจริงที่ซ่อนอยู่ เพราะคนที่ตัดสินใจลาออก ก็ไม่จำเป็นที่จะบอกอะไร สาเหตุส่วนหนึ่งที่คนในอาจรู้อยู่เต็มอก แต่ไม่รู้จะทำยังอย่างไร หรืออาจจะไม่อยากเกี่ยวข้องด้วย นั่นคือ ยอมรับว่าหัวหน้าเป็นเหตุในหลายๆครั้งของการลาออก   ในหลายองค์กรมักแต่งตั้งหัวหน้ามาจากความสามารถในการทำงานเป็นหลัก แต่ไม่ได้มองเรื่องทักษะการบริหารคน หรือ People skill ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการบริหาร อาจจะไม่ได้มีการเตรียมการพัฒนาหรือเตรียมความพร้อมให้กับบุคคลที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้างานด้วยซ้ำไป จนก่อเกิดปัญหาด้านคนตามมาจนส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานของทั้งหัวหน้าและลูกน้อง   Peter Drucker ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำ กล่าวไว่ว่า “เราใช้เวลามากมายในการสอนหัวหน้า ว่าควรทำอะไรเพื่อเป็นหัวหน้าที่ดี แต่เราไม่ให้เวลามากพอที่จะบอกเขาว่า ควรหยุดทำอะไรเพื่อเป็นหัวหน้าที่ดี”   มีข้อแนะนำสำหรับหัวหน้า ว่าควรหยุดทำ 5 อย่างนี้ครับ รับปากแล้วไม่ทำ หรือ รับปากในสิ่งที่ไม่สามารถให้ได้ เช่น รับปากว่าจะเลื่อนขั้น หรือเพิ่มเงินเดือนให้ หากรับปากแล้วทำไม่ได้ จะทำให้ลูกน้องหมดศรัทธา และหมดกำลังใจในการทำงานได้Read more about คนเข้าทำงานเพราะองค์กรแต่จากไปเพราะหัวหน้า[…]

คนตัดไม้กับเจ้าของร้านขายฟืน

คนตัดไม้กับเจ้าของร้านขายฟืน

  คนตัดไม้คนหนึ่งนำฟืนไปขายให้แก่ร้านขายฟืน ซึ่งร้านขายฟืนก็ปฏิบัติต่อคนตัดไม้ดีมาก ดังนั้นคนตัดไม้จึงคิดอยากตอบแทนโดยการจะตัดไม้ให้ได้เป็นจำนวนมากๆ วันแรก คนตัดไม้ตัดไม้ได้ 20 ต้นแล้วนำมาให้ร้านขายฟืน ซึ่งร้านขายฟืนก็ชมเชยและปฏิบัติต่อคนตัดไม้อย่างดี วันที่ 2 คนตัดไม้ก็ตั้งใจจะตัดให้ได้มากขึ้น แต่ปรากฏว่ากลับตัดได้เพียง 18 ต้น วันที่ 3 ก็กะว่าจะตัดให้ได้มากยิ่งขึ้น แต่ก็กลับเหลือ 16 ต้น ยิ่งนับวันผ่านไปก็ตัดได้น้อยลงเรื่อยๆ ในที่สุด คนตัดไม้ก็รู้สึกละอายใจจึงไปกล่าวคำขอโทษกับร้านขายฟืน   แต่เจ้าของร้านขายฟืนก็กลับถามคนตัดไม้ว่า “คุณลับขวานครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”   คนตัดไม้ตอบว่า “ผมไม่มีเวลาหยุดลับขวานเลย ขนาดไม่หยุดยังตัดไม้ได้น้อยขนาดนี้” เจ้าของร้านจึงบอกแก่คนตัดไม้ว่า   “คุณลองคิดดูสิว่าหากคุณหยุดลับขวานให้คม โดยเสียเวลาเพียงเล็กน้อย คุณอาจตัดไม้ได้มากกว่านี้ก็ได้” ++++++++++ “ถ้าข้าพเจ้ามีเวลา 6 ชั่วโมงในการตัดต้นไม้ ข้าพเจ้าจะใช้เวลา 4 ชั่วโมงแรกในการลับขวาน” อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา +++++ นิทานเรื่องนี้ ผมได้แง่คิด 2 อย่างครับ  ใช้เวลาคิดและเตรียมความพร้อมให้มาก เพื่อจะลดระยะเวลาในการทำงานนั้นให้น้อยลงRead more about คนตัดไม้กับเจ้าของร้านขายฟืน[…]

โอกาสดี มีไม่บ่อย

โอกาสดี มีไม่บ่อย

  โอกาสดี…มีไม่บ่อย อย่ารอมีโอกาสแล้วค่อยฝึกฝน… เพราะถ้าโอกาสเปิดให้เห็น… ก็ไม่สามารถคว้าได้….. หลายคนพลาดโอกาส… เพราะไม่เคยเตรียมความพร้อม… ไม่ฝึกฝน…ไม่ขวนขวาย… ทั้งในสิ่งที่ควรรู้ในปัจจุบัน… และสิ่งที่ควรเตรียมพร้อมเพื่ออนาคต… บางสิ่งไม่รู้หรอกว่า มันจะใช้ประโยชน์ได้ไหม… แต่ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็คิดซะว่า “รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม” นักมวย…หากไม่ซ้อมเอากำลังเป็นประจำ… พอจะขึ้นชกแล้วค่อยซ้อม… คงไม่ทันแล้ว… นักฟุตบอลตัวสำรอง… หากไม่ฝึกฝนตัวเองอย่างสม่ำเสมอ… เมื่อได้โอกาสเปลี่ยนตัวลงไปเล่น แล้วไม่สามารถแสดงฝีมือ…ให้เป็นที่ประจักษ์… ก็อาจหมดโอกาส เป็นตัวจริง… งานชิ้นสำคัญ… เราไม่มีทางรู้เลย…ว่าจะมีโอกาสได้ทำเมื่อไหร่… มันอาจลอยผ่านมาและลอยผ่านไป… ขึ้นกับว่า…ใครจะมองเห็นโอกาสนั้น… และเมื่อมองเห็น…จะคว้าไว้ได้หรือไม่… ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณเอง… คนที่เรียนรู้ ฝึกฝนตัวเองอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น… จึงจะคู่ควร… และถึงแม้จะไม่เห็นโอกาสลอยมา… คนที่เรียนรู้ ฝึกฝนตัวเองอย่างสม่ำเสมอ…   เขาจะรู้ว่า… จะสร้างโอกาสขึ้นมาได้อย่างไร… “จงเรียนรู้ ฝึกฝน เตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา” “จงสร้างโอกาสด้วยตัวคุณเอง” ++++++++++

อย่ายึดติดความสมบูรณ์แบบ

อย่ายึดติดความสมบูรณ์แบบ

ตอนที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ มีคนบอกว่าผมเป็นพวก perfectionist… ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร… แต่ก็บอกกลับไปว่า… ผมแค่ต้องการให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด… จะได้ไม่ต้องถูกว่าลับหลังว่า…ทำงานห่วย… หลายปีผ่านไปคำว่า Perfectionist ถูกศึกษาและมีผลออกมาว่า… การทำอะไรที่มุ่งหมายให้ Perfect หรือ สมบูรณ์แบบกลายเป็นสิ่งที่ยับยั้งความสำเร็จ เป็นการใช้เวลาที่มากมายเกินไป แถมส่งผลทางลบต่อสภาพจิตใจด้วย มีข้อเสียมากมายของการทำงานที่ยึดติดความสมบูรณ์แบบ เช่น ถ้าเจ้าระเบียบเกินไป ก็จะใช้เวลาในการจัดข้างของบ่อยๆ เสียเวลา ถ้าทำงานด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่ค่อยแจกจ่ายงาน ก็เลยทำให้งานเป็นดินพอกหางหมู พวก perfectionist จะใช้เวลานานในการทำงาน 1 ชิ้น เพราะคิดทบทวนซ้ำหลายๆรอบ หลายคนจะรู้สึกกดดันตัวเองตลอดเวลา เพราะตั้งเป้าหมายไว้สูงมาก บางคนจะทนไม่ค่อยได้ จะยื่นมือเข้าไปทำงานที่ไม่ใช่งานหลักของตน ทำให้รับผิดชอบมากเกินไป สรุปได้ประมาณว่า การทำงานที่เน้นสมบูรณ์แบบ ทำให้สิ้นเปลืองเวลาและพลังงานมากเกินไป   เราต้องปลดล็อคตัวเอง… เลิกยึดติดความสมบูรณ์แบบ… อย่าใส่ใจกับรายละเอียดปลีกย่อยมากเกินไป หากมันไม่ได้มีผลกับความสำเร็จกับงานนั้นๆ   ในหนังสือ 30 Minutes to an Efficient Self-Organization ได้แนะนำวิธีค่อยๆ ลดการยึดติดความสมบูรณ์แบบลง อาทิเช่น ไปประชุมให้ตรงเวลาRead more about อย่ายึดติดความสมบูรณ์แบบ[…]

สำรวจตัวเองก่อน

สำรวจตัวเองก่อน

  เรามักจะเข้าข้างตัวเองว่า… ดี เรามักจะมองว่าตัวเองสมบูรณ์กว่าผู้อื่น… เรามักจะมองเห็นข้อเสียของผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว… เรามักจะเก่งในการวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น… แต่น้อยคนที่นำเอาความเก่ง…มาวิเคราะห์ตัวเอง…   กลับมาสำรวจตัวเอง… จุดไหนที่เรายังบกพร่อง… จุดไหนที่เรายังต้องปรับปรุง… จุดไหนที่เรายังพัฒนาได้อีก…   เราเปลี่ยน ผู้อื่นไม่ได้… แต่เราเปลี่ยนตัวเองได้… แค่… เปิดใจ…   ++++++++++

จูล่ง ความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งของยอดขุนพล

จูล่ง ความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งของยอดขุนพล

จูล่ง ฝ่าทัพรับอาเต๊า ความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งของยอดขุนพล หลายคนน่าจะจำวีรกรรมนี้ได้ดี จากวรรณกรรมจีนเรื่อง “สามก๊ก” ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณกรรมเอกของโลกมานานหลายศตวรรษ ซึ่งตอนนี้ถูกนำมาเป็นบทหนึ่งของวิชาภาษาไทยเมื่อประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์จีนได้กล่าวถึงวีรกรรมครั้งสำคัญนี้ไว้ว่า จู่ลง หนึ่งในขุนพลคนสำคัญของเล่าปี่ ได้ฝ่ากองทัพของโจโฉ เพื่อค้นหาครอบครัวของเล่าปี่ที่เกิดพลัดหลงกัน และติดอยู่ในวงล้อมศัตรู โดยจูล่งบุกฝ่าเข้าไปเพียงคนเดียว ได้สังหารบรรดาแม่ทัพนายกองและเหล่าทหารของโจโฉไปมากมาย ใช้เวลารบข้ามวันข้ามคืน กินเวลายาวนานถึง 12 ชั่วโมง ก็ยังไม่มีทหารคนไหนล้มจูล่งได้ โจโฉเกิดความทึ่งจนต้องให้ทหารไปถามว่าผู้นี้คือใคร และได้รับคำตอบว่าเขาคือ “จูล่ง แห่งเสียงสาน” โจโฉชื่นชมในเพลงทวน ความสามารถในการรบและความไม่ย่อท้อของจู่ลงเป็นอย่างมาก จึงสั่งไม่ให้ใช้เกาทัณฑ์ยิงใส่ แต่ให้ทหารโอบล้อม รุมเล่นงานจู่ลงเพียงคนเดียว โดยห้ามจับตาย ให้จับเป็นเท่านั้น ด้วยฝีมืออันเก่งกาจและความไม่ย่อท้อก็ทำให้ท้ายที่สุดจูล่งสามารถตีฝ่าทัพโจโฉออกมาได้อย่างปลอดภัย   เหตุการณ์นี้ถือเป็น วีรกรรมครั้งสำคัญที่เลื่องชื่อที่สุดครั้งหนึ่งของจูล่ง เป็นการแสดงถึงความห้าวหาญและความจงรักภักดีที่จูล่ง มีต่อ “เล่าปี่ อย่างเปี่ยมล้น   ที่สำคัญไปกว่านั้นมันคือ ความรับผิดชอบ ที่ยิ่งใหญ่ ลองนึกดูในสถานการณ์ที่วิกฤต เข้าขั้นที่ชีวิตตัวเองก็อาจรักษาไว้ไม่ได้ จูล่งกลับทุ่มเทกำลังความสามารถอย่างไม่ย่อท้อ ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะสามารถหาตัวอาเต๊าพบ หากไม่ใช่เพราะความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของจูล่งแล้ว “อาเต๊า” คงไม่ได้ขึ้นเป็นพระเจ้าเล่าเสี้ยน จักรพรรดิผู้ครองราชสมบัติยาวนานที่สุดของยุคสามก๊ก พระเจ้าเล่าเสี้ยนถึงกับหลั่งน้ำตาRead more about จูล่ง ความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งของยอดขุนพล[…]