SUCCESS JIGSAW คิด ทำ สำเร็จ

กฎสำคัญในชีวิต 7 ประการ

กฎสำคัญในชีวิต 7 ประการ

อย่าโทษอดีต เพราะมันกลับไปแก้ไขไม่ได้ หากเรามัวแต่ยึดมันไว้ มันจะทำลายชีวิตปัจจุบัน และอนาคตมันก็ไม่ได้ขึ้นกับอดีต แต่ขึ้นอยู่กับความเชื่อและการกระทำของเราในปัจจุบัน ดังนั้นทำปัจจุบันให้ดี เพื่อสร้างอนาคตที่ดี อย่าให้ความสำคัญกับสิ่งที่คนอื่นคิดกับคุณ อย่าแคร์สายตาคนอื่นมากเกินไป ใครจะคิดอะไรกับเราก็ช่างเขา คุณค่าและความสำคัญของเรา อยู่ที่ความคิดของเราเอง ทำสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น เวลาเป็นเครื่องเยียวยาทุกสิ่ง ให้เวลาทำงาน เมื่อเวลาผ่านไปความเจ็บปวดจะลดลง รอยแผลในชีวิตจะสอนว่าเราเป็นใคร ทำไมเราเป็นอย่างที่เราเป็น และเวลาจะท้าทายและบังคับเรา เมื่อเวลาผ่านไปเราจะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นขึ้น ความสุขของเรา คือ ตัวเราเท่านั้น อย่าเสียเวลาและความพยายามค้นหาความสงบสุขและความพึงพอใจจากโลกภายนอก จะทุกข์จะสุขอยู่ที่ตัวเราเทานั้น อย่าเปรียบเทียบชีวิตกับคนอื่น เพราะแต่ละคนมีทางเดินชีวิตไม่เหมือนกัน อย่าเอาไม่บรรทัดของคนอื่นมาวัดชีวิตเรา อย่าคิดมากเกินไป ไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบของทุกสิ่ง บางเรื่องไม่มีคำตอบ ไม่มีทางตอบ และไม่มีวันมีคำตอบ นั้นแหละคือ คำตอบ ก็แค่ยอมรับมัน และก้าวต่อไป ยิ้ม คุณไม่ได้เป็นเจ้าของปัญหาทั้งหมดในโลกนี้ รอยยิ้มสามารถสร้างแสงสว่างในวันที่มืดมนและทำให้ชีวิตสวยงามยิ่งขึ้น การยิ้มมีศักยภาพในการพลิกชีวิต ดังนั้น ยิ้มเข้าไว้   ขอบคุณที่มา มีเพื่อนส่งมาให้ทางอีเมล เลยลองไปสืบค้นดูแล้วแปลตามความเข้าใจของผมเองครับ https://www.lifehack.org/articles/lifestyle/7-cardinal-rules-life-everyone-should-know-about.html

ลูกน้องที่ดี อย่ารอให้หัวหน้าถาม

ลูกน้องที่ดี อย่ารอให้หัวหน้าถาม

การจะเป็นลูกน้องที่ดี ทำผลงานเข้าตาเจ้านายนั้น ข้อหนึ่ง คือ ต้องพยายามเข้าใจและรู้ใจเจ้านาย บทความนี้ก็มีเทคนิคการทำงานมาฝากกันครับ คอยแจ้งความคืบหน้าของงานเป็นระยะๆ เมื่อหัวหน้าสั่งงานแล้ว อย่ารอให้เขาทวงถาม เพราะในมุมมองของหัวหน้า เขาจะมีความกังวลว่าสิ่งที่ได้สั่งงานไปนั้น มีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ลูกน้องเริ่มดำเนินการหรือยัง ติดขัดอะไรไหม จะสามารถส่งงานได้กำหนดเวลาหรือไม่ ดังนั้นลูกน้องที่ดี ควรรายงานความคืบหน้าของงานเป็นระยะๆ แค่นี้ก็ช่วยให้หัวหน้าสบายใจมากขึ้น และไว้วางใจเรามากขึ้น Take action โดยเร็ว เมื่อมีคนสั่งงาน ตามงาน หรือสอบถามมาทางอีเมล เมื่อหัวหน้าอยู่ในอีเมลนั้นด้วย ให้ทำการ action โดยเร็ว ในกรณีที่งานนั้นเสร็จแล้ว หรือ ตอบทันทีว่าจะส่งได้เมื่อไหร่ จะตอบคำถามนี้ได้เมื่อไหร และใช้วิธี reply all หรือ cc หัวหน้าด้วย ไม่อย่างนั้นหัวหน้าจะกังวลว่าเราได้รับอีเมลหรือไม่ ในข้อนี้ผมเองมีบทเรียน คือ ปกติผมจะไม่ค่อย reply all เพราะรู้สึกว่ามันเป็นการรบกวนคนอื่น และเห็นว่าหลายคนในเมลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่หัวหน้าผมเขาจะตอบเร็วมาก ทั้งการตอบคำถาม การส่งงานให้ลูกน้องต่อ เพื่อเป็นการยืนยันให้ผู้ส่งเมลรับทราบอีกทีว่าหัวหน้ารับรู้นะว่ามีงานนี้ และลูกน้องก็รับทราบเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่างานจะเสร็จหรือไม่เสร็จ ต้องหาข้อมูลมาตอบ หรือแบบไหนก็ตามRead more about ลูกน้องที่ดี อย่ารอให้หัวหน้าถาม[…]

อย่าทำงานเพื่อเงิน

อย่าทำงานเพื่อเงิน

อย่าทำงานเพื่อเงิน จงทำงานเพื่องาน ประโยคนี้ได้เห็น และได้ยินบ่อย  ว่าแต่เราเข้าใจความหมายมันจริงๆ หรือเปล่า   การทำงานเพื่องานนั้น ตามความหมายที่ผมเข้าใจ หมายถึง เวลาทำงานอย่ามัวแต่นึกถึงเรื่องเงิน หรือเอาเงินเป็นตัวตั้งอันดับแรก แต่ให้ทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปที่การสร้างคุณค่าของงาน ทำให้ดีที่สุด โดยคิดว่า ทำให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากการทำงานของเรา   การทำงานโดยมีทัศนคติแบบนี้ จะฝึกให้เราเห็นคุณค่าของงานที่เราทำ เมื่อเราทำงานอย่างเต็มที่ วันแล้ววันเล่า ทักษะและความชำนาญของเราจะเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพ และคุณภาพ ในตัวเราจะสูงขึ้น   เมื่อเวลามาถึง เมื่อโอกาสดีเปิดให้เห็น เราจะสามารถคว้ามันได้ เพราะเรามีศักยภาพพร้อม ส่วนคนที่ไม่เคยคิดจะตั้งใจทำงาน สักแต่ว่าทำๆไป ไม่คิดจะสั่งสมประสบการณ์ ความรู้ และทักษะต่างๆ ต่อให้มีโอกาสรออยู่ตรงหน้า ก็ไม่สามารถไขว่ขว้ามาได้ เพราะเขาไม่มีคุณภาพเพียงพอ   จงทำงานด้วยความมุ่งมั่น จงทำงานอย่างมีคุณภาพ จงให้คุณค่าต่อองค์กร และตัวคุณเอง จงเปลี่ยนตัวเองจากคนธรรมดา มาเป็นมืออาชีพ ในทุกงานที่คุณทำ “จงทำงานเพื่องาน” ++++++++++

พร 4 ข้อ จากท่าน ว.วชิรเมธี

พร 4 ข้อ จากท่าน ว.วชิรเมธี

   อย่าเป็นนักจับผิด คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง ‘กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก’ คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส ‘จิตประภัสสร’ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี ‘ แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข’ อย่ามัวแต่คิดริษยา ‘ แข่งกันดี ไม่ดีสักคน  ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน’ คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า ‘เจ้ากรรมนายเวร’   ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์  ฉะนั้น เราต้องถอดถอน ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น ‘ไฟสุมขอน'(ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี ‘แผ่เมตตา’ หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป อย่าเสียเวลากับความหลัง 90% ของคนที่ทุกข์Read more about พร 4 ข้อ จากท่าน ว.วชิรเมธี[…]

แรมโบ้ นักรบคนสุดท้าย ปิดฉากนักรบเดนตาย

แรมโบ้ นักรบคนสุดท้าย ปิดฉากนักรบเดนตาย

ช่วงวันหยุดที่ไม่ได้ออกไปไหนจากสถานการณ์ COVID19 เลยมีโอกาสพักผ่อน ได้ดูหนัง RAMBO LAST BLOOD นักรบคนสุดท้าย เลยขอเอามาเล่าให้ฟังครับ ปกติผมชอบดูหนังแนวแอคชั่นและแรมโบ้ก็เป็นหนังที่ชอบและดูมาจนครบทุกภาคแล้ว สำหรับภาคนี้เคยได้ดูโฆษณาเมื่อนานมาแล้ว เห็นฉากแอคชั่น ก็คิดว่าคงมันส์เหมือนภาค 4 ที่ขึ้นชื่อมาก Rambo Last Blood พอได้ดูแล้ว มีแนวทางที่ต่างไปจากภาคก่อน ความบู๊ ระห่ำแบบสงคราม ลดลงไปเยอะ มีแค่ตอนท้ายเรื่องเท่านั้น ในภาคนี้แรมโบ้ ได้กลับไปใช้ชีวิตแบบคนปกติในบ้านไร่ของเขาเอง โดยมียายและหลานสาววัยรุ่นมาอยู่ด้วย โดยพักที่บ้านหลังใหญ่ ส่วนแรมโบ้ยังคงเอกลักษณ์ คนที่มีปมเรื่องสงครามฝังใจ มีความระแวงระมัดระวังตัว เลยแยกตัวไปพักในอุโมงค์ใต้ดิน แรมโบ้ดูเป็นคนแก่ที่เกษียนอายุแล้ว ใช้ชีวิตธรรมดาเลี้ยงม้า ดูมีความอ่อนโยน มีหัวใจมากขึ้น สำหรับเรื่องราวจุดฉนวนได้ดีครับ โดยการที่หลานสาวผู้ไร้เดียงสาอ่อนต่อโลก ตามไปหาพ่อที่เม็กซิโก ถูกเพื่อนหลอกไปขายให้กับพวกค้ามนุษย์ ทำให้แรมโบ้ต้องตามไปสืบหาตัวหลานสาวที่หายไป แบบ ปะ ฉะ ดะ กับพวกแก๊งค้ามนุษย์ จนพลาดท่าเสียทีเกือบเอาชีวิตไม่รอด สลบไป 4 วัน ซึ่งในช่วงเวลานั้นเองหลานสาวของเขาได้ถูกฉีดยาเสพติด และบังคับเป็นโสเภณี ช่วงนี้เศร้ามาก ผมยังแอบลุ้นว่าจะรอดมั้ย สุดท้ายไม่พ้นเงื้อมมือพวกเดนตายRead more about แรมโบ้ นักรบคนสุดท้าย ปิดฉากนักรบเดนตาย[…]

ตั้งคำถามดี มีทางไป

ตั้งคำถามดี มีทางไป

ในบางครั้งการมุ่งหาเสาะแสวงหาคำตอบในเรื่องต่างๆ อาจจะใช้เวลานาน และอาจไม่พบคำตอบที่เราต้องการ ในบางครั้งเราต้องกลับมาทบทวนสิ่งที่เราต้องการคำตอบ แล้วมุ่งเป้าไปที่ระหว่างกลาง มากกว่าเป้าหมายเมื่อเราไปถึงแล้ว บางทีการเปลี่ยนคำถาม คำตอบก็จะตามมาเอง ยกตัวอย่างในชีวิตการทำงาน หากเราต้องการจะเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้า แทนที่เราจะตั้งคำถามว่า ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นหัวหน้า เปลี่ยนมาคิดว่า คนที่จะได้ขึ้นเป็นหัวหน้านั้นควรมีคุณสมบัติอย่างไร อาทิเช่น ลูกน้องเคารพเชื่อฟัง ลูกน้องต้องยอมรับในฝีมือ เพื่อนร่วมงานยอมรับนับถือ มีคนรักมากกว่ามีคนชัง และที่สำคัญหัวหน้าก็ต้องเห็นผลงานด้วย เราลองเปลี่ยนมาถามตัวเองว่า ต้องดูแลลูกน้องอย่างไรให้ลูกน้องรัก เคารพ และเชื่อฟัง พร้อมทุ่มเทตั้งใจทำงาน ต้องประพฤติตัวอย่างไรให้เพื่อนร่วมงานยอมรับ นับถือ มีคนรักมากกว่ามีคนเกลียด ต้องทำงานทำอย่างไร ให้มีผลงาน ให้หัวหน้าเห็นความสามารถ และพร้อมสนับสนุน ถามไปเรื่อยๆ เมื่อเราถามไปเรื่อยๆ คำถามจะจำเพาะลงเรื่อยๆ เราจะเห็นวิธีการทำที่ชัดเจนขึ้น เมื่อเห็นวิธีการทำ เราก็ต้องลงมือทำ และทุ่มเท เมื่อเราลงมือทำ ก็จะเห็นผลสำเร็จ ระหว่างทาง เมื่อนั้น”คำตอบที่ต้องการตั้งแต่แรก อาจจะไม่จำเป็นแล้วก็เป็นได้” ++++++++++  

เมื่อลูกน้องทำงานพลาด เรามักจะ

เมื่อลูกน้องทำงานพลาด เรามักจะ

เมื่อลูกน้องทำงานพลาด เรามักจะ….ด่า ด่า ด่า และผลที่ตามมาคือ ลูกน้องจะโมโห ไม่พอใจ ไม่ทำงาน เสียกำลังใจ และอาจจะไม่เคารพนับถือเราอีกต่อไป จะดีกว่าไหมถ้าเรา หยุดคิด ตั้งสติ กันสักนิด ก่อนจะพูดอะไรรุนแรงออกไป จะดีกว่ามั้ย ถ้าเรายับยั้งความโกรธได้ แล้วพูดออกไปว่า “ครั้งต่อไปจะป้องกันความผิดพลาดนี้อย่างไรดี” หรือ “พี่มั่นใจว่า ครั้งหน้าน้องต้องทำได้ไม่ผิดพลาดแน่” คำด่า ด้วยความโกรธ ไม่เคยปราณีใคร มันทำลายทุกความสัมพันธ์ ผมเคยเจอมาแล้วและคิดว่าหลายคนคงมีประสบการณ์คล้ายกัน ทั้งเป็นคนที่ด่าลูกน้องหรือเป็นคนที่ถูกด่าโดยหัวหน้า ยังจำความรู้สึกช่วงเวลานั้นได้ไหน? แย่แค่ไหน? เป็นหัวหน้า เป็นเจ้านาย ต้องอดทน ต้องทนกับความรู้สึกไม่พอใจ ทนกับความรู้สึกโกรธ คุมสติให้ได้ ก่อนที่จะพูดกับลูกน้อง มีวิธีการที่ผมทำแล้วรู้สึกได้ผล มาแนะนำ ดังนี้ครับ หยุด หายใจเข้าออกลึกๆ 50 ครั้งขึ้นไป ถ้าไม่ไหวลุกออกไปจากวงสนทนา ไปเข้าห้องน้ำ ไปล้างหน้า ไปดื่มน้ำหวานเย็นๆ ครั้งหนึ่งในการประชุมที่ผมโมโหจัด แต่ก็อดทนไม่ทะเลาะในห้อง หลังจากออกนอกห้อง ต้องไปเดินรอบบริษัทร่วมๆ 30 นาที เพื่อลดความขุ่นในจิตใจRead more about เมื่อลูกน้องทำงานพลาด เรามักจะ[…]

12 วิธีเพิ่ม Productivity ในชีวิต

12 วิธีเพิ่ม Productivity ในชีวิต

ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผมห่างหายจากการเขียนบทความไปนาน เพราะทำงานค่อนข้างหนัก เป็นงานที่ต้องวางระบบการทำงานใหม่ ทั้งเรื่องจัด organization วางกำลังคนในฝ่ายใหม่ จัดทำวิธีการทำงานใหม่ทั้งหมด ตรวจสอบและปรัปปรุงอุปกณ์ เครื่องจักร อาคารผลิตทั้งหลาย เนื่องจากต้องผลิตสินค้าใหม่ ไม่รวมการทำงาน routine ปกติควบคู่กันไป จึงทำให้รู้สึกหมดพลัง และท้อใจเป็นพักๆเหมือนกัน ผมจึงพยายามค้นหาแรงบันดาลใจ รวมถึงวิธีการจัดการทั้งชีวิตและจัดการงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้อ่านหนังสือหลายเล่ม และหนึ่งในนั้นคือ Super Productive โดยคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ผมเลยสรุปมาเป็นข้อคิดสั้นๆเอาไว้เตือนสติตัวเอง ดังนี้ครับ วิธีการสู้กับอาการหมดไฟที่ดีที่สุด คือ การก้มหน้าทำต่อไป ไม่ต้องคิดเยอะ การจะก้าวข้ามอะไรบางอย่าง อย่าลืมว่าต้องไม่รบกวนเวลาทำงานปกติ และเวลาให้ครอบครัว ถ้ากลัวที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ให้คิดว่า กรณีที่แย่ที่สุดคืออะไร ถ้าไม่ได้ถึงขั้นคอขาดบาดตายก็ลุยเลย ไม่ต้องห่วงว่าจะทำไม่ได้ ให้ลงมือทำก่อนแล้วระบบจะสอนเราเอง การเรียนรู้จะเกิดขึ้นหลังจากการลงมือทำ แต่ถ้าคิดอย่างเดียวไม่ลงมือทำก็ไม่มีทางเรียนรู้ วินัย สำคัญที่สุด แต่วินัยไม่ใช่แค่การทำเหมือนเดิมซ้ำๆ ต้องเป็นวินัยที่สม่ำเสมอและพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่ากังวลสิ่งที่คนอื่นคิด เลือกรับความคิดเห็นจากคนที่หวังดีกับเราเท่านั้น กำจัดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง หาเวลา Deep work ที่เราโฟกัสงานได้เต็มที่Read more about 12 วิธีเพิ่ม Productivity ในชีวิต[…]

การประชุมที่ดีต้องมีข้อสรุป

การประชุมที่ดีต้องมีข้อสรุป

เคยเจอบ้างไหมครับ นั่งประชุมคุยกัน ถกเถียงกันยืดยาว แต่ไม่มีข้อสรุป เพราะ ข้อมูลไม่รอบด้าน ไม่หลากหลายมิติ ข้อมูลบางจุดต้องการให้ลงรายละเอียดเจาะลึก ต้องรอถาม หรือ หากรณีศึกษาจากคนที่เคยทำ แล้วก็แจกจ่ายงานไป พร้อมนัดประชุมกันใหม่ ผ่านไป 1 สัปดาห์ วันที่นัดประชุมก็มาถึง ทุกคนต่างก็เตรียมข้อมูลที่ได้ มาอธิบาย แต่แล้วก็ตัดสินใจไม่ได้อยู่ดี เพราะข้อมูลไม่พอ ต้องขอข้อมูลเพิ่ม การที่เราไม่ตัดสินใจ หลายๆครั้งอาจไม่เกิดจากการที่ข้อมูลไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะว่าเราไม่อยากผิดพลาด ยิ่งมีความกดดันในการตัดสินใจมากเท่าไร ยิ่งกลัวความผิดพลาดมากเท่านั้น ในการทำงานจริง โอกาสที่เราจะหาข้อมูลประกอบได้ 100% นั้นยากมาก และการตัดสินใจให้ถูกต้อง 100% ทุกครั้งก็มีโอกาสน้อยนิด ผู้นำที่ดีต้องกล้าคิด กล้าตัดสินใจ ความกลัวผิดพลาด ก็ต้องเผื่อไว้ ส่วนจุดที่ยังมีความเสี่ยง แล้วคิดหาวิธีป้องกัน วิธีรับมือหรือ การจัดการความความเสี่ยงแทน ในบางครั้งการตัดสินใจเลือก อาจไม่ได้มาจากทางเลือกที่ดีที่สุด แต่มาจากทางเลือกที่ก่อเกิดความเสียหายน้อยที่สุดก็ได้ “การประชุมที่ดีต้องมีข้อสรุป” ดังนั้น “ผู้นำที่ดีต้องกล้าตัดสินใจ ในเวลาที่เหมาะสม” ++++++++++

แก้วน้ำนี้หนักไหม

แก้วน้ำนี้หนักไหม

อะๆ เห็นคำถามแล้ว บางคนอาจจะบอกว่า ถ้าเป็นแก้วนี้ยกได้ทั้งวัน 555 มีเรื่องเล่าครับ ประมาณว่าให้เราลองจินตนาการดู มีแก้วน้ำใบหนึ่ง (เอาแบบแก้วข้างบนก็ได้นะ) คิดว่าแก้วนี้น่ะหนักไหม ? น้ำหนักคร่าวๆ ก็คงสัก 300-500 กรัม คงไม่หนักเท่าไร ถูกต้องครับ แต่แค่นั้นไม่พอ ถ้าให้ถือแก้วไว้ละ หนักหรือไม่หนัก มันจะขึ้นอยู่กับว่า เราถือมันไว้นานแค่ไหน ถ้าเรายกดื่มไม่เกิน 10 วินาที หรือกระดกหมดแก้ว ก็ไม่เกิน 1 นาที มันก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้ากำหนดเงื่อนไขเพิ่มเข้าไปว่า ห้ามวางแก้วต้องถือไว้ตลอด ถ้าเราถือไว้ชั่วโมงหนึ่ง ก็คงจะปวดแขน เมื่อยพอควร อาจจะทนได้ ถ้าถือไว้สักครึ่งวันละ คงจะล้าเต็มที และถ้ายังถือไว้ข้ามวันข้ามคืนละ คงไม่ไหวละมั้ง เรื่องเล่านี้สอนอะไร น้ำหนักแก้ว มันก็เท่าเดิมนะ แต่เวลาที่เราถือไว้ ยิ่งนานเท่าไร ก็ทำให้เราหนักมากขึ้นเท่านั้น เปรียบเสมือนว่าถ้าเราแบกภาระอะไรบางอย่างไว้ตลอดเวลา เราจะรู้สึกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็จะไม่สามารถแบกรับมันได้อีก   ในชีวิตการทำงาน มีปัญหาที่ต้องพบเจอมากมาย ปัญหาลูกน้อง ปัญหางาน ปัญหาหัวหน้าRead more about แก้วน้ำนี้หนักไหม[…]